afR0N0N's profileaFRoNoNPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
StoneHead ที่..Love* หมวยเห็ด - กรุณาดูภาพปลากรอบของ trip นี้ได้ที่หน้า photos *
อังคารที่ 25 เมษา 2549
กะลังล่กกะ case กฏหมายโคตรพ่อโหดของก้อย สุดที่รักของบีบี้หน้าเขียงสุดซี้
จนเวลา ทุ่มตรงโดยประมาณ ชายหนุ่มหน้าแปลกแต่ไม่แปลกหน้านาม หม่อมทศ
กระทำการโทรเข้ามาเชื้อเชิญให้ไปชิวกันที่หัวหินแบบการันตีที่พักเยี่ยงไฮโซ
ตัดสินใจนานมาก เกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากโทรถามก้อยว่างานส่งวันไหน
เมื่อคำตอบแล้ว ไม่ลังเล ยัดทุกอย่างเข้าเป้สีเขียวจนแม่งบวมเป็นอึ่ง
วิ่งข้ามฟากมาหาพี่ชายสุดที่เลิฟทันที
ออกจากหน้าบ้านประมาณ 2 ทุ่มเพื่อไปรับสหายยุตม์
ผู้เกือบเป็นคู่ตุหนาหงันพี่โทเซ่ ถ้าไม่ติดว่าเป็นตัวผู้เหมือนกัน
พี่ทศยืนยันว่าไม่มีปัญญาจะซื้อรถมินิให้
ในขณะที่ไอ้ยุตม์ก็ไม่ได้อยากได้เสี่ยอุปการะแต่อย่างใด
ออกจากบ้านไอ้ยุตม์ 3 ทุ่มครึ่ง
ระหว่างทางนั้นก็ขับกล่อมกันด้วยบทเพลงสุดฮิต
ไม่ว่าจะเป็น "ไม่ได้หนี" "หมาเห่า" ที่เอา soundtrack Chicken Little กะ My Hump
มาทำได้อย่างเนียน ขำสัดด่ะ
5 ทุ่มก่าๆก็มาถึง "บ้านสระสวย" ณ หัวหิน
ตั้งชื่อโคตรได้ใจ เพราะบ้านเค้าสระว่ายน้ำสวยสัด
เป็นสระยาวๆ อ้อมไปตลอดหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านสไตล์กึ่ง townhouse
ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ chino-portuguese สมัยยุค ร.5
ในขณะที่กำลังชื่นชมกับวิวและความงดงามนั้นก็ได้มาพบกับพี่ๆ เพื่อนหม่อมทศ
ประกอบไปด้วย
พี่น้ำ - นักบินTGสุดหล่อ ที่พี่ทศบอกว่ามีสาวๆ เยอะกว่าเสื้ออีกมั๊ง
พี่แด๊ก - จบนิติ ม.ช. แล้วมาต่อ นิติธรรมศาสตร์ เก่งกฏหมายมากพอๆกับ Ragnarok
พี่ป้อง - หลานเจ้าของบ้านที่เราไปพักอาศัย ฮา ไม่แพ้ไอ้นนท์และผองเพื่อน
แฟนพี่ป้อง - สวยสุดใน trip เพราะเป็นผู้หญิงคนเดียว เห็นพี่ป้องว่างั้น อิอิ
จากนั้นเดินออกมาหน้าบ้าน ไอ้นนท์กำลังชื่นชมความงามของบ้าน
จังหวะนั้นเองไอ้ยุตม์ที่ร้อนวิชาที่พึ่งไปอบรมมาเกี่ยวกับวิศวะ ก็ออกมาเล็คเชอร์
เรื่องการสร้างตึกแถวว่าจะมีไม่ถึง 10 ห้องเท่านั้นอันเนื่องมาจากกฏหมาย
บลา บลา บลา บลา
ช่างหัวแม่มึง....เงียบซะ ไปเซเว่นกันดีกว่า ไปซื้อเหล้ายาปลาปิ้งเล็กน้อย
ก่อนจะเข้าเซเว่นก็กระทำการสอยก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อไปคนละ 2 ชาม
เนื่องจากเป็นเด็กอดอยากอาหารเย็นกันทั้ง 3 คน
(หม่อมทศนับเป็นเด็ก เพราะเป็นเฒ่าทารก)
ซื้อขนมมาพอประมาณ แต่ไม่ลืม "ข้าวโพดอาหารปลา"ด้วย
ข้าวโพดกระสอบที่พวกเราติดใจนักหนาจากการรับน้อง IE ปีล่าสุด
หน้าตาไม่ต่างจากขนมตูมตามถ้าใครเคยกิน
แต่ตอนรับน้องแม่งมาเป็นกระสอบ แดกตอนเมาอร่อยที่สุดในโลกนะฮะ
กลับมาที่บ้าน เราก็มากระทำการเหล้ายาปลาปิ้งกันจนดึกดื่น
ผ่านการเสวนาเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึง mind mapping ที่ไอ้ยุตม์ติดใจนักหนา
ตกใจมากเพราะพูดถึงเพลงๆนึงแล้วเสือกบรรยายลักษณะของนางเอกMVในหัว
ออกมาเหมือนกันเด๊ะ....หลอน...งี้ต้องไปซื้อหวย
เมาหลับสนิท ศิษย์หามลงตอนเวลาประมาณตี 3
ในขณะที่ไอ้ยุตม์ตายไปแล้ว แต่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่เพื่อล้างหน้าก่อนนอน
ส่วนหม่อมทศลงไปลันล๊ากะเพื่อนๆ ก่อนจักลับมาเสียชีวิตข้างยุตม์เมียรักเกือบเช้า
พุธ 26
ตื่นมานอนต่อ โทรสับดัง รับแล้วนอนต่อ
ตื่นอีกที เกือบ 11 โมง เต็มอิ่มเว่อร์ๆ
ล้างหน้าล้างตาแปรงฟัน เตรียมตัวไปเสวยมื้อเชี่ยงกัน
พี่น้ำกัปตันบินไทย ขับhondastream พาไปร้านก๋วยเตี๋ยว
เฮียขับนิ่งมาก ประหนึ่งว่า stream เป็น 747
ผิดกะพี่ทศที่ขับรถเหมือนเล่นเกมตู้ ชนิดที่ชนแล้วหยอดเหรียญเล่นใหม่ไม่ได้
stream ทะยานไปอย่างนุ่มนวน สู่ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำแสนอร่อย
ที่ตั้งแม่งอยู่ลึกลับเล็กน้อย แต่กัปตันของเราก็เอาstream แลนดิ้งอย่างนุ่มนวล
ร้านอาหารทั่วไปแม้แต่ร้านก๋วยเตี๋ยว
มักมีป้ายหมึกแดง เชลล์ชวนชิม เปิบวิตถาร ฯลฯ เป็นตัวการันตี
แต่ร้านนี้ พี่น้ำบอกว่าให้ไปดูหลังร้าน
มีรูปเจ้าของร้านถ่ายคู่เฮียทักษิณ ยืนหน้ากลมอยู่ในกรอบรูปขนาดใหญ่
ไม่รู้ว่านี่เป็นเครื่องการันตีรสชาติรึป่าว
อาจเป็นไปได้ เพราะพี่แกกินโชว์ทุกเทศกาลเลยนี่หว่า
ผ่านการ ลวกก๋วยเตี๋ยว ตำส้มตำ ผัดข้าว หั่นหมู ต้มไข่ กินไก่มาร้อยเวที
ร้านนี้น่าจะอร่อย เล็กยำไม่งอก 2 และของทอด + หนังปลาทอดแบบอ้วน
แบบอ้วนจริงๆ ถ้าจะให้อธิบาย ผมว่าแม่งเหมือนเนือปลาติดหนังเล็กน้อย
ชุบแป้งโกกิทอดมากกว่าที่จะเป็นหนังกรอบๆแห้งๆ ที่เคยกิน
เอาหน่ะ อร่อยไปอีกแบบ
กลับจากร้านก๋วยเตี๋ยว
สามหนุ่ม กะ เฮียแด๊ก กระโดดสระสวยกัน
ว่ายน้ำได้ ชั่วโมงกว่าแบบไม่อายหุ่นแสนอุบาด อุจาดตาของตัวเองเท่าไหร่นัก
ขึ้นมาอาบน้ำผึ่งลมซักพัก
พักเดียวจริงๆ ขึ้นรถพากันไปร้าน "บ้านใกล้วัง"
ร้านเค้กที่พี่ทศยืนยันว่าอร่อยระดับแอนนาคาเฟ่ แต่ราคาย่อมกว่าหลายนัก
ขับไปถึงหน้าร้าน
เหมือนวัยรุ่นอกหัก
ร้านแม่งปิดทุกวันพุธ.....แห้ว แดก T___T
พี่ๆ เปลี่ยนอารมเร็วฉิบ
เลี้ยวรถออกมา แวะกินข้าวซอยเฉย !! มาหัวหินกินข้าวซอย อะไรกันนี่
ร้านข้าวซอยเล็กๆ ใกล้ๆวังไกลกังวล
ท่าทางน่ากินมาก ข้าวซอยเนื้อ 1 ของผมและส่วนกลางที่พี่ๆ สั่งมาประกอบไปด้วย
แคบหมู+พริกหนุ่ม ไส้อั่ว ไข่พะโล้ ลาบหมู
สั่งเยอะฉิบ นี่ขนาดข้าวซอยคนละ1แล้วนะ สงสัยจังอร่อยมากเหรอวะร้านนี้
เหลียวไปมองหลังร้าน หลังตู้ตัวนึงสูงระดับเปียโน1ตัว
นั่น หลักฐานความอร่อย เจอแล้ว
รูปถ่ายลูกเจ้าของร้าน 2 คนคู่กะทั่นทักษิณ!!!
ชัวร์ตีนเลย ร้านนี้อร่อยแน่ หลักฐานยืนยันมีเรียบร้อยแล้วตามระเบียบแบบใหม่
แม่เจ้า.....เด๋วนี้เค้าไม่ใช้หมึกดง หมึกแดงกันแล้วเว๊ย
ซัดไปจนอิ่ม ต้องไปเดินย่อย
แวะหาดกันหน่อย เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงหัวหินซะงั้น
มาตั้งนาน ตีนไม่โดนทราย ไม่เหยียบน้ำทะเลเลยเว๊ย เหอๆๆๆ
พยายามโดดให้ไอ้ยุตม์ถ่ายรูปกลางอากาศหลายที
ไปดูรูปแล้วจะรู้ว่า อึ่งไชโยเป็นยังไง 5555
พี่ๆ เริ่มเปรยๆกันว่าคนนู้นจะกลับ คนนี้จะกลับ
นั่งคุยกะไอ้ยุตม์ เฮ้ยย....กุไม่อยากกลับหว่ะ
เออ...กูก็เหมือนกัน ไอ้ยุตม์ตอบ
เอาวะ ถ้าพี่เค้าจะกลับแล้วจะหาที่นอนไม่ได้
กูยอมนอนในรถพี่ทศเอ้า ไหนๆก็โผล่มายังไม่เต้มอิ่ม
กลับมาที่บ้าน ใจก็ภาวนากะไอ้ยุตม์สองคน
สาธุ อย่าพึ่งกลับกันเลย เพี้ยงๆๆ
กลับมาถึงบ้าน.......นึกว่าพี่ๆจะทำอะไรต่อ
กิน!!! อีกแล้ว ทำหอยลายผัดพริกเผากันชิวๆ
อร่อยใช้ได้ เหอๆๆๆ อ้วนต่ายห่าแน่ๆกูเอ๊ย
แล้วฟ้าก็เป็นใจ อะไรซักอย่างทำให้พี่ป้องยังไม่กลับ
เฮ......ได้อยู่อีกคืนแล้วเว้ย กริ๊วววว
แต่พี่น้ำกะพี่แด๊กก็มีความจำเป็นต้องกลับก่อน ยินดีมากที่ได้รู้จักกันครับพี่
หม่อมทศ ชวนนนท์-ยุตม์ ไปเหยียบร้านที่พี่ทศมั่นใจว่าสวยสัดๆ ที่สุดร้านนึง
นามว่า "Let's Sea" เป็นร้านที่เสิร์ฟอาหารแบบ Fusion ควบคู่ไปกับวิวทะเล
ชนิดที่ชิวบาดใจมากๆ ร้านแต่งสวยสุดตีน โดยเฉพาะ ห้องน้ำแม่งสวยมากๆ
สวยจนอยากกลับมาทุบส้วมที่บ้านให้พัง.....ไอ้ยุตม์มันว่างั้น
โดยเฉพาะห้องอึ จะเปิดฝาผนังโล่งด้านนึงเข้าหาต้นไม้ ที่โผล่มาจากในน้ำ
สวยมากแต่ไม่ได้ถ่ายรูปห้องอึมา เพราะว่าไม่มีมุมที่ถ่ายออกมาสวยได้เลย
แนวคิดจะค่อนข้างแปลกๆ
เหมือนจะสร้างสำนึกให้ผู้ใช้ เริ่มถูกปลูกฝังให้ ฉี่ หรือ อึ ออกมาในวิวที่มีน้ำ
และมีต้นไม้งอกออกมา นัยว่าจะสอนให้ไปขี้ลงน้ำซะงั้น
กลับมานั่งในร้านกันต่อ ร้านตกแต่งด้วยอะไรง่ายๆ แต่ดูดี
ผนังเน้นเป็นปูนเปลือยๆ ฉาบเรียบๆ สลับกับหลังคาที่มี texture เป็นอะไรถักๆสานๆ
บวกกับ เฟอร์นิเจ้อที่เน้นไม้สีเข้ม รับกับขอบประตูที่เป็นไม้อย่างมี style
ไม่ใช่แค่การแต่งร้านเท่านั้นที่มี style
ราคาของรายการอาหารก็มี style.....เชี่ย แม่งแพงสัดด่ะ
สิ่งที่หม่อมทศ ไอ้ยุตม์ กะ ไอ้นนท์ เทลงท้องประกอบไปด้วย
เบียร์สด คนละหนึ่งแก้ว ปอเปี๊ยะปูหนึ่งจาน เฟ้นฟายหนึ่งที่ กาแฟเย็นไอ้ยุตม์อีกแก้ว
มีเค้กอีกชิ้นแบ่งกันกิน 3 คนเสิร์ฟพร้อมไอติมลูกนึง และน้ำเปล่า หนึ่งขวด
(ไอ้ปอเปี๊ยะปูนรกนี่จานนึงมีสี่ชิ้น พ่อมันตาย...มาสามคน แต่ให้มาสี่ชิ้น
ชิ้นสุดท้ายต้องรับปะแดกแบบร่วมสาบาน กัดกันคนละพัชราภา
เออ.....คนละอั้มนั่นแหละ ฮ่าๆๆ)
เช็คบิลล์เลย..................840 บาท
ปล้นกูเลยดีกว่า สงสัยคิดค่ารูปโถฉี่กะห้องขี้ ด้วยแน่ๆ
อาจจะแพงไปนิด แต่บรรยากาศร้านนี่สุดยอดดดดด มากกกกก
วิวสวยสุดๆ ขอแนะนำ สำหรับใครที่อยากพาคู่รักหรือกิ๊กใหม่ไฟแรงมาจู๋จี๋
พลอดรัก ป้อนอาหารกันแบบกุ๊บกิ๊บบุ๋มบิ๋ม work โคด... Let's sea
ส่วน topic ที่นั่งเสวนากันนั้นเกี่ยวกะอะไรบ้างนี่
ให้ไปถามไอ้ยุตม์ดูนะครับ ใบ้ให้ว่าเกี่ยวกะเลข 3 ฮ่าๆๆๆๆๆ
ร้านจะปิดละ อพยพได้ เอ้า move ตูดได้แล้นนัก'ษา
แวะตลาดหัวหิน แต่มาช้าไป ร้านปิดจะหมดแล้น
ไอ้นนท์ไปยืนร้าน cd เถื่อน โดนมา 6 แผ่น หมดตูดสัดด่ะ
ได้ Jack johnson มาหนึ่ง
พวก bossanova samba brazil acoustic อีก 4
ตบท้ายด้วย Jazz up the beatles
เบื่อเพลงตลาดเล็กน้อย ต้องหาแปลกๆมาโดน
ระหว่างซื้อ มีฝรั่งกลุ่มนึงมายืนๆแถวนั้น
มีหมวยคนนึงชื่อคล้ายๆ อีไลซ่า อะไรเนี่ยแหล่ะ
สวยจัดๆ จัดมากๆ จัดว่าไม่ใช่คน
เข้าใจว่าเป้นลูกครึ่ง
ครึ่งคนครึ่งนางฟ้า แน่ๆ
ตอนแรกนึกว่าร้าน cd มี pretty ด้วย
นึกว่าถลำเกินวงการรถยนต์มาถึงบันเทิง
หันไปอีกทีอ้าว มากะเพื่อน เดินไปซะละ
หน้าตาออกเอเซีย ช่างโดนใจยิ่ง
เดินออกมากดเงินปากซอยกะไอ้ยุตม์และพี่ทศ
กลุ่มฝรั่งนั้นมารอรถอยู่ปากซอย
ไอ้นนท์กดเงิน แต่พี่ทศน้ำลายไหล......เพราะเหตุใด ฮ่าๆๆ
ขับออกมาจากบริเวณนั้นด้วยอารมณ์ อาลัยอาวรณ์นัก
เอาอีก ไปเซเว่นอีก เตรียมสำมะเลเทเมาอีก เหอๆๆ
Singha Light สิงฮ่ะไล๊ท์ เป็นอีกหนึ่ง ไฮไลท์ของทริปนี้
ผลิตภัณฑ์ใหม่จากตระกูลภิรมย์ภักดี ที่นุ่มมมม เหลือเชื่อกว่าข้าวหงษ์ทอง
แต่คนไม่ชอบก็จะด่าว่า จืดไม่แพ้น้ำเปล่า ก็แม่งแค่ 3.5% เองนี่หว่า
เอ้า สำมะเลาเทเม กันต่อไป
ว่าด้วยเรื่องต่างๆที่ค้างคามาจากร้าน Let's sea ที่คุยกันไว้
พี่ป้องมาร่วมเสวนาด้วยเรื่องฮาๆ หลายๆเรื่อง
โคตรขำ ยิ่งตอนเมา มันจะขำอีกหลายเท่านัก
สามหน่อพยุงร่างไร้สติขึ้นมานอนคุยเรื่อยเปื่อยบนเตียง
หันมาอีกที พี่ทศกะไอ้ยุตม์แม่งหลับซะแล้ว
เชี่ย......ทิ้งให้กูรอคำตอบอยู่คนเดียวตั้งนาน
พฤหัสสระบ่ดี 27
เสด็จจากบรรทมตอน 10.30 ก่าๆ พร้อมกันทั้งสามคน
พี่ทศลงไปเก็บของล้างแก้วล้างจาน
ไอ้ยุตม์โทรสับดัง...........ระหว่างที่มันรับสายนั่นเอง
มันก็ดันมือซนไปเปิดเก๊ะโต๊ะหัวเตียงซะงั้น
ในนั้นดันมือหนังสือแนวปลุกใจเสือป่าอยู่หนึ่งเล่ม
ไอ้ยุตม์สะเด็ด ถอดเสื้ออยู่เพราะแม่งจะอาบน้ำ คอหนีบโทรสับ มือกางหนังสือ
ผมเลยถ่ายแม่งมา 3 รูป.....ดูแล้วแม่งหื่นเฮ้ๆ โคตรขำ
(ตอนหลังแม่งมาแอบลบออกจากมือถือ เคืองสัดด่ะ)
เก็บข้าวของ อาบน้ำเรียบร้อย
ตั้งมั่นว่าจะไปจีบ "บ้านใกล้วัง" อีกระลอก
ขับออกจากที่พักไปแวะซัดก๋วยเตี๋ยวก่อน ฝั่งตรงข้ามร้านที่ว่า
ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน คนรักก๋วยเตี๋ยว....ซัดไปคนละ 2 กะห่อหมกอีกเล็กน้อย
รู้สึกก๋วยเตี๋ยวจะแพงใช้ได้.....แต่รสชาติก็โอเค
ไปที่ไฮไลท์เลยดีกว่า
บ้านใกล้วัง เป็นร้านขายพวกเค้ก อาหารเบาๆ และเครื่องดื่มเล็กๆน้อยๆ
ร้านนี้หม่อมทศการันตีว่า ศ ส อา นี่จะมีสาวเมืองกรุง หน้าตาดีๆ
ไม่ก็เป็น คนมีชื่อเสียงมานั่งกินอย่างหนาตาพอตัว
ไอ้นนท์สั่งเค้กมะพร้าวมาโดน แต่หารู้ไม่
ทีเด็ดอยู่ที่ขนมชื่อ center pudding อะไรนี่แหล่ะ
เป็นคล้ายๆ เค้ก chocolate ที่มี pudding chocolateเป็นไส้ข้างในอีกที
โคตรอร่อย ละลายในปากและหมดจากในจานเพราะแร้งลงในเวลาไม่เกิน 1 นาที
สภาพศพ pudding 2 จานหายไปอย่างไร้ร่องรอยชนิดที่ CSI หาผู้ร้ายไม่เจอ
ระหว่างนั้นไม่วาย ไอ้ยุตม์ต้องคอยเตือนพี่ทศให้แวะซื้อลูกตาลระหว่างทาง
อันเนื่องมาจาก Bukit แฟนสาวของชยุตม์ ที่พี่ทศหมายปองพี่สาวนั้น
สั่งตั้งแต่เมื่อวานว่าให้ซื้อลูกตาลไปฝากด้วย
ก่อนเจอร้านขายลูกตาล ทะลึ่งไปแวะ outlet ซะก่อน
ยาวเลย......ไอ้นนท์โดนปูม่า มา1คู่ เพราะ แจ๊คเพอเซล นี่ใส่มาเกิน 5 ปีแล้ว
เริ่มหมดอายุขัย ขณะที่ไอ้ยุตม์อุตเหล็ด นี่ได้ร้องเท้าแตะหนัง
แบบดูดีมีชาติตระกูลมาคู่นึงเช่นกัน
แวะห้องน้ำที่ outlet
เอาอีกแล้ว ..... วิวโถฉี่แม่งเป็นต้นไม้งอกออกมาจากน้ำอีกแล้ว
แถวนี้เค้านิยมฉี่ลงน้ำกันหรอวะเนี่ย
ที่ฮากว่า คือ เดินมาล้างมือ ตรงก๊อกแปะสติกเก้อชัดเจน
"กด" แต่สิ่งที่ไอ้ยงยุด ทำคือ "บิด" ฉับพลันที่บิด สปริงหัวก๊อกก็ดันหัวออกมา
ห้อยดึ๋งๆ ออกมา ไอ้ยุตม์งงจัด ทำอะไรไม่ถูก
เลยเดินไป "บิด" อีกก๊อกนึงหน้าตาเฉย......
ถ่ายคลิปมาเป็นหลักฐาน เพราะไอ้ยุตม์ประสาทแดกไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันแน่ๆ
...... เชี่ยจริงๆ เพื่อนผม
จากนั้นก็แวะให้ยุตม์เต๊ด แวะซื้อลูกตาลตามใจหมาย
ที่แม่กิมลั้ง สักแห่งหนึ่ง ระบุไม่ได้เพราะว่า
แม่กิมลั้ง กิมไล้ กิมลุ้ย กิมจิ เหล่านี้ มีมากและคล้ายกันไปหมดทุกที่
บางที่ 4 ถาด 100 อีกที่ 6 แถม 1......หารไม่ทันเลยว่าสาขาไหนถูกกว่า
ซื้อแล้วก็มุ่งหน้าเข้ากรุง กลับบ้านเกิด
แวะส่งไอ้ยุตม์ที่บ้าน มันชงกาแฟให้กิน 2 แก้ว พึ่งรุ้ว่าไอ้ยุตม์
หน้าเหมือนพ่อมันมากๆ และแทบไม่เหมือนแม่มันเลย
เชื้อเค้าแรงจริง
ยุตม์ชงกาแฟให้ พี่ทศเลยมีของหมั้นไอ้ยุตม์เป็นแก้วกาแฟเล็กๆ
โอ้.....สวีทซะปานเสี่ยอู๊ดอูฐตัดกะฟิมรัฐบาน
จบข่าวสำหรับเที่ยวครั้งนี้ พิมมานานโคตร เมื่อยมือมั่กๆ ไปนอนละคราบ
ปล. ถ่ายรูปนี้มา ชอบมาก ขอตั้งชื่อรูปว่า "คู่กัน" ทฤษฎีกระจกเงาสมัยเรียน ม.ปลาย จำได้ว่าวิชา ฟิสิกส์ มีเรื่องพวก เงา กระจก
เลนส์นูน เลนส์เว้า ฯลฯ จิปาถะ
ไอ้เรามันก้อเรียนไม่ได้เรื่อง สูตรเสิด ไรก็ท่องไม่ค่อยได้
เรียนพิเศษแทบตายห่า
คะแนนออกมาได้เท่าหยิบมือ
เศร้าใจฉิบ...
ถ้าย้อนเวลาให้กลับไปเป็นอาจารย์ตัวเอง
คงตบกะบาลโบกกลิ้ง ไปแล้ว....
.....
โง่ อย่างงี้ ไล่ไปเลี้ยงนกเอี้ยงดีกั่ว
พูดแล้ว ก็นึกถึงเรื่องกระจก (จะเข้าเรื่องนั่นแหล่ะฮะ)
จำได้ว่ามีสูตรๆ นึง ที่ว่า "จำนวนภาพที่เกิดขึ้น = 360 องศา
หารด้วย องศาของมุมที่กระจกวางทำมุมกัน"
( จำผิดอีกมั๊ยวะเนี่ย เหอๆๆ )
ฉะนั้นเมื่อเราเอามาวาง ขนานกัน
มุมที่กระจกวางทำมุมกัน ก็จะ เป้น 0 ใช่มั๊ย
งั้นจำนวนภาพที่เกิด ขึ้น ก็เป้น infinity
ว่าไปเรื่อย....
...
..
พิมมาถึงตรงนี้ สูตรอาจจะจำผิดก็ได้
แต่นึกถึงการเอากระจกมาวางขนานกัน
มันก็เหมือน คนสองคนที่ขนานกัน
แต่ไม่สามารถ มาบรรจบกันได้รึป่าว
.....
....
...
ครั้งนึง ในชีวิต เคยมีประสบการณ์กับทฤษฎีสั่วๆนี้ ของผม
เมื่อคนนึง ทำอะไรซักอย่าง ให้อีกฝ่ายต้องผิดหวัง เสียใจ
อีกฝ่ายนึงที่ถูกกระทำ แน่นอน เศร้า เสียใจ จนมีน้ำตา
ฝ่ายที่กระทำ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่าย เสียใจมาก
ก็รู้สึกผิดกับการกระทำของตอนเอง จนเสียใจ ฟูมฟาย
ฝ่ายที่ถูกกระทำ เมื่อรู้ว่าการที่ตัวเองแสดงออกถึงความเสียใจ
ทำให้อีกฝ่ายเสียใจ ฟูมฟาย ก็กลับรู้สึกแย่หนักลงไปยิ่งกว่าเดิม
.........
........
.......
......
.....
....
...
..
กลับไปกลับมา เหมือนจะไม่สิ้นสุด แต่แน่นอน งานเลี้ยงยังมีวันเลิกรา
แล้วมันจะเสียใจอะไรนานนักหนาขนาดนั้น
วันนึง ไอ้ภาพสะท้อนไปมาระหว่างกระจกเงาที่ขนานกันก็ จบลง
ไม่ว่าจะจบไม่สมหวัง หรือ happy ending ก็ตามที
แต่มันก็กินเวลานาน น๊าาาาาาน นาน
นานจนต่างฝ่ายไม่รู้ว่าเสียสุขภาพจิตไปมากน้อยเท่าไหร่
ทำยังไงดี ให้มันไม่นานขนาดนั้น
หรือถ้ามันจะนานขนาดนั้นจริงๆ
ก็ควรจะตองทำใจให้ได้เพื่อไม่ให้เสียสุขภาพจิตเท่านั้นหรือ
..........ใครคิดออกช่วยตอบหน่อยยยย
ปล. ช่วงนี้เพลง ที่ฉันรู้ ของเพ่บง โกสิยพอยด์ วิ่งวนอยู่ในหัว
บางทีฟังไปแล้วร้องตาม
ร้องตามแล้ว เสือกร้องไห้ตามก็มี....เอ้อ อะไรนักหนาวะกู
เลยเอาเพลงนี้มาโดนใน blog ซะหน่อย |
|
|