afR0N0N さんのプロフィールaFRoNoNフォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
aFRoNoNthe higher u go up, the more it hurts when u fall ถ่อย โคด.....ฮาเหี้ยโคดฮา....เพลงแม่งถ่อยจิงๆ
แปะไว้ เผื่อแผ่
ใครขวัญอ่อนรับคำหยาบคายไม่ได้ ....กรุณาอย่าฟัง
สวัสดี มีดวงเข้าวงการ ?!!?ไม่อัพตั้งนาน
นึกว่าจะห่างหาย
เรื่องเยอะเกินไป จะเลือกมาเรียงเป็นคำสวยๆก็ไม่ถูก
เลยไม่อัพแม่งเลย 555 ซะงั้น
ช่วงนี้เรื่องเยอะ ทำไรไม่ทันเท่าที่ควร
แต่ก็ดี ไม่ว่างเกินไป แค่ไม่ค่อยมีคนช่วย
เอะอะใช้อยู่คนเดียว ซวยจริงๆที่มาเจอกรู
ยังไงก็ฝากพี่น้องทุกทั่นไว้ในอ้อมอกอ้อมใจอีก 1 เว็บนะครับ
ไม่ซื้อไม่ว่า แต่แวะไปเล่นไปดูกันได้ กราฟฟิคสวยๆ แจ่มๆ หลายอยู่
***********************************
เข้าเรื่องดีกว่า
สงสัยว่า ตั้งแต่ป๊ะป๋าจากไป
ทำไมดวงชีวิตแปลกๆ
เรื่องเงินๆทองๆ ก็เรื่องนึง
เรื่องงานการก็เรื่องนึง
เรื่องเข้าสื่อนี่สิ
หึหึหึ
เข้าสื่อ ไม่ใช่ เข้าเสื่อ ไม่ได้พิมพ์ตก
ถูกแล้ว
เรื่องมันเริ่มเมื่อต้นเดือน 7 หรือปลายเดือน 6 นี่แหล่ะ
มีโอกาสได้ไปยลรอบปฐมทัศน์เรื่อง "พลอย"
หนัง คูล คูล ของพี่เป็นเอก
แล้วพอเดินออกจากโรงก็โดนสัมภาษณ์ซะ
เหวอแดกเลย หน้าตาออกมาในไทยรัฐทุเรดมาก
แต่ผอมเกินจริง ชอบ 555
ผ่านมาอีกจนเมื่อปลายเดือนที่แล้ว
อยู่ดีๆก็มีโทรศัพท์สายนึง โทรเข้ามา
"สวัสดีค่ะ น้อง...เออ-ออ ดีไซน์รึป่าวคะ"
ประโยคๆ นี้นำไปสู่....
การลงหนังสือพิมพ์เป็นครั้งที่สองในชีวิต
การถูกสัมภาษณ์(จริงๆ) เป็นครั้งแรก
การถูกถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์ครั้งแรก
และไม่ได้เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวอาชญากรรมหน้าหนึ่ง
หรือค้ายาบ้า ฆ่าข่มขืนแต่อย่างใด
รวมไปถึง การมีชื่อจริง นามสกุลจริง โผล่ในโลกไซเบอร์ครั้งแรก
เคย search เล่นๆ หลายครั้ง ไม่มีไรออกมาเลย
เคยเอาชื่อพ่อมา search ข่าวพ่อจับยาบ้าได้เพียบเลย
พี่ทศเคยถามว่า "มึงทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้เท่าพ่อมึงมั๊ยเนี่ย ???"
ไม่ต้องตอบเลย 555
หลังจากนั้น 2 อาทิตย์
โทรศัพท์อีกสาย ก็นำไปสู่
การลง Magazine ครั้งแรกในชีวิต
"จากSME today นะคะ.....พอดีพี่อ่านเจอใน กรุงเทพธรกิจอ่ะค่ะ..."
ประโยคนี้ นำสู่การถูกสัมภาษณ์จริงจัง เป็นครั้งที่ 2
แต่เป็นครั้งแรกในการโผล่ลงกระดาษ art มัน อย่างดี
ทำตัวไม่ถูกจริงๆ 555
การลงกรุงเทพธุรกิจ ไม่ได้พาโทรศัพท์เบอร์แปลกมาแค่สายเดียวเท่านั้น
ยังพา ว่าที่ลูกค้า make to order มาด้วยอีกหนึ่งสาย
และล่าสุด
นึกว่าจะหมดแล้ว
บ่ายแก่ๆปลาย ของวันที่ 18 กันยา
ณ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ........ next station victory monument
ชายห้นาแปลกคนนึง
ยืนรอสาย 18 เหมือนรอ ให้ประเทศไทยหิมะตก
ขณะที่หน้าเหวอ เซ่อแดกอยู่นั่นเอง
เสียง ก็แว่วขึ้น
"ขอโทษนะครับ....จาก Titv นะครับ...ไม่ทราบว่า คิดเห็นยังไงกับสถานการณ์บ้านเมืองหลังรัฐประหารได้ 1 ปีครับ"
"เอ่อ...ถ้าผมตอบ แล้วหัวผมจะกุดมั๊ยครับ"
"อ๋อ....ไม่หรอกครับ แหม แหะๆๆ" (ใช่สิมึงคงตัดกูออก)
ตอบไปแบบแทงกั๊ก อยากด่าแต่กลัวเจ้าหน้าที่เค้าไม่คาดตาดำให้แบบ มาลัยไทยรัฐ
ก็ตอบๆ ไปแบบสบายๆ
ไม่เข้าใจจริงๆ
Trend เกาหลีจะไปแล้วเหรอ
Trend อินโดฯ กะลังจะมาเหรอนี่ ?!!? ขอให้รักจงเจริญ......เพี้ยงงงงง"รักก็คือรัก"
ความรักมันไม่มีความเหมาะสม
ถามนิยามความรักคืออะไร
รักก็คือรักนั่นแหล่ะ และ
ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ในความรัก
เท่ากับรัก เพราะรักยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
ถ้าคุณมีความรักที่คิดว่ามีปัญหา
มันไม่ใช่ปัญหา จำไว้เลย
ถ้าคุณไม่มีความรักเมื่อไหร่
ปัญหาที่เล็กน้อยมันจะใหญ่มากขึ้นมาทันที
ก็เพราะคุณไม่รักไง แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงไม่รัก
แต่พูดว่า ถ้ารักซะอย่าง ทุกอย่างไม่ใช่ปัญหา
Me myself พูดถึงเรื่องปรัชญาการใช้ชีวิตของมนุษย์
ว่าอยู่ที่การเลือก ตอนนี้คุณเลือกอะไร คุณก็เป็นอย่างนั้น
ความรู้สึก ความคิด และการตัดสินใจที่เป็นหรือไม่เป็น
ที่จะรักหรือไม่รักของคนสองคน
จริงๆแล้ว หนังเรื่องนี้มันบูชาความรักนะ และหนังเรื่องนี้
พยามยามที่จะบอกว่าความรักทุกความรักมีคุณค่าทั้งนั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร ไม่ว่าจะเป้นความรักของใคร
"ขอให้รักจงเจริญครับ"
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรณจง จาก http://www.memyselfmovie.com/
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่มีคำพูดไหนที่จะ define เรื่องนี้
ได้ดีไปกว่าคำพูดข้างบนนี้อีกแล้ว
ใช่ครับ
ไปดูเรื่องนี้มา ไม่กี่วันมานี้
เรื่องนี้กระชากใจไปได้ ไม่แพ้ Be with you จากญี่ปุ่นเลย
เรื่องคนละ plot แต่แค่ไอ้หนูขโมยซีนเรื่องละคน
ทำเอาผมน้ำตาร่วง
เด็กใน Be with you ทำผมร้องไห้ตอนมันวิ่ง (จริงๆแล้วตัวพ่อวิ่งต่างหาก ที่บีบหัวใจมากๆ)
เด็กใน Me myself ทำผมร้องไห้ตอนมันจะไปอยู่กะน้าแทน
ไปดูเถอะ ผมแนะนำ
production อาจไม่ละเอียด ละเมียด มากมาย
แต่เนื้อเรื่อง plot บท ตัวละคร ลงตัวได้ดีมาก
อาจไม่ถึงกับ perfect แต่ผมโคตรชอบเลย
ไปดูเหอะ
อ้ออ.....
ถ้าดูแล้วรักแฟนคุณมากขึ้น ก็มาบอกกันมั่งนะ เหอๆๆ
คั่นรายการเอาเพลงใหม่มาลง
หมอกและควัน
เวอร์ชั่นพี่เล็ก สุรชัย หรือ นักร้องนำวงพราว
เจ้าของบทเพลงเธอคือความฝันนั่นเอง
เวอร์ชั่นนี้ ชิวๆลอยๆ คิดถึงบ้านสบแม่รวมเลย
เป็นเพลงที่ไปขโมยวิชาไอ้แชมป์มา
และเป็นเพลงที่ถูก request ให้เล่นบ่อยที่สุดบนดอยเพลงนึง
จัดไปๆ
แล้วว่างๆ จะมาอัพอะไรให้อ่านนะคร่าบ
ปล. ขอกันมาเยอะเรื่องหน้าตาคนร้อง
ตาม linkไปเรย ชาตนี้เมืองนี้ จะชิบหายเพราะไอ้พันธะ 5 มาร เหี้ยนั่นรึป่าววันนี้ ของขึ้น มาแบบหยาบคาย
ใครจะรักไอ้พันธะ 5 มารนั่นแล้วเข้ามาอ่านแล้วหงุดหงิดก็ช่างหัวแม่ง
--------------------------------------------------------------
ตื่นมาแบบมึนๆ เพราะว่านอนตอนเช้าอีกแล้ว
แต่พอ click เข้าไปอ่านข่าวในเน็ทเท่านั้นแหล่ะ
ของแม่งขึ้น ชิบหาย....แม่ง
"ดร. สมคิดแถลงขอลาออกจากตำแหน่ง"
เพิ่งสงสัยจากที่อ่านเว็บ ผู้จัดกวย เมื่อวัน สองวันที่ผ่านมา
สงสัยอยู่ในหัวตั้งนาน
ไรวะแม่ง ??? บอกให้จับตาว่า สมคิดจะลาออก
ผมได้แต่นึกในใจ กดดันอะไรนักหนาวะ
เค้าพึ่งได้ตำแหน่ง แม่งยังไม่ให้เค้าพิสูจน์ตัวเองเลย
แม่งก้อมาขู่ปาวๆ ว่าจะไม่เห็นด้วย เด่วแม่งก้อเดินขบวนอีก
ตกลงชาติบ้านเมืองนี้ ใครจะทำเหี้ยไร พวกกู 5 ตัวต้องเห็นด้วยก่อน
เหมือนข่าว ตั้งตัวเป้นมาเฟียเรียกค่าคุ้มครองเพื่อน ในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง
ที่ไปเก็บค่าคุ้มครองเพื่อนตอนเดินไปฉี่ในห้องน้ำ
กูไม่เห็นด้วย มึงเป็นใคร มาจากไหน กูไม่รู้แหล่ะ
สัดนี่ มึงรู้มั๊ยว่าบ้านเมืองมีกฏหมาย มีขื่อมีแป
มึงจะเล่นแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่
มึงบอกเค้า เคยทำเศรษฐกิจแบบเสรีสุดโต่ง สวนทางกับพอเพียงมาตลอด
แล้วจะเชื่อใจได้อย่างไร????
ไอ้พวกที่คิดแบบนี้ อยากเอาแม่งไปเป็น รมว แล้วลองให้ทำงานดูซักที
ยุคก่อนนู้นก่อนทักกี้กะผองเพื่อนจะเข้ามาแดกชาติบ้านเมือง
( ก็ยอมรับว่าส่วนตัวไม่ได้รักทักกี้เลย เพราะแม่งก็มีอะไรเหี้ยๆ ให้เห็นเยอะแยะ
แต่หนักไปทางคนรอบตัวเค้ามากกว่า ที่เหี้ยแบบพีคๆ )
ตอนนั้นประเทศเป็นหนี้ IMF กี่หมื่นล้าน, หนี้กองทุน, NPL อีกกี่ %
ไอ้สัด แล้วถ้าให้เริ่มพอเพียง ตอนนั้น
ทุกวันนี้เราจะลืมตาอ้าปากได้แบบนี้รึป่าว
ถ้าไม่เสรีสุดโต่ง แล้วเศรษฐกิจชาติวันนี้จะเป็นยังไง
พอวันนี้เค้าจะลอง ให้ดูว่าเค้าทำเศรษฐกิจพอเพียงได้
มึงก้อมาร้องแลกแหกกระเฌอว่าเค้าไม่เหมาะ
ไอ้พวกที่ดีแต่ด่านี่แม่ง ทำอะไรให้ประเทศชาติมั่งครับ
อ่านข่าวในเว็บผู้จัดกวยแล้วชอบใจมากกับคอมเม้นๆ นึงว่า
วุ่นชิหายเลยช่วงนี้ยุ่งๆ
แต่แวะมาอัพเพลงซะหน่อย
มีคนชอบเพลงนี้
แต่พอเป็น ringtone แล้วมันห่วยๆ
หึหึหึ
ฟังกันดู ตู่ แชมป์ แสตมป์ คัตโตะ
จัดปายยยย รูปงานแต่งมาแว้นนนนรูปงานแต่งพี่โอมมาแล้ว
อัพเพิ่มๆ
ใครยังไม่เคยเห้นตัวประหลาดหัวฟูใส่สูท
แวะมาดูได้ที่อัลบัมแรกสุด
หล่อตอแหลมากๆ บางรูป
และบางรูปก้อทุเรดดี
งานคืนนั้น ขำๆ หนุกดีจัง
ถ้าชาตินี้ได้แต่งงาน
จะมีปัญญาจัดใหญ่ขนาดนั้นมั๊ยวะ
ไม่อยากจัดใหญ่ขนาดนั้นเลย
millenium hilton....ที่จัดคืนนั้น
จำได้ว่าพี่โอมเคยเปรยว่าเป็นล้านเลยมั๊ง
หึหึหึ
ถ้าเป็นผม
จัดงานเล็กๆ เอาแต่ญาติๆ เพื่อนๆ ได้มั๊ยอ่ะ
ประเภทหลายๆเสต็ป ห่างๆเกินไปไม่อยากเชิญมาให้อึดอัดเลย
บ่นไปเรื่อยเปื่อย
ไปหาคนที่เราจะอยากแต่งด้วยให้เจอก่อนดีกว่า
กริ๊ววววววววววว
ปล. สินสอดซักพันล้าน จะมีปัญญามั๊ยวะกรู 555
ปล2. พันบาทในเป๋าตังยังไม่มีเลยฮะ ตอนนี้ 555 เพื่อนเต้อจัดมาให้เพลงที่ท่านกำลังได้ฟังอยู่นี้
เป็นเพลงจากอัลบัมใหม่ของ ซินลี่ฟูน
แบบที่ไม่มี โต
ได้อารมณ์แบบ creed ไปอีกstyle
แต่ sound ดีนะ
ผมชอบ
ลองฟังดูๆ ขำกะจาย ตายห่า, Hooooooooooใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า
"มัน"คือสิ่งเสพติดบนโลก cyber ที่ดีที่สุดชนิดนึง
มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชายบางคนเลิกบ้าบอลได้
มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชายบางคนเลิกบ้าเกมส์ได้
มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชายบางคนไม่ไปกินเหล้ากะเพื่อนได้
มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชายที่เกลียดเพศที่สามบางคน ยอมเปลี่ยนชื่อ MSN ได้
มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชายบางคน ลด ละ เลิก หนังโป๊ เพราะมันได้
มันคือ ?!!!?
Hard Gay , Hooooooooooooooooo
ที่เขียนมาข้างบน บางอันแม่งเว่อเกิ๊น หึหึหึ
แต่ใครเคยดู คงเข้าใจ
ใครไม่เคย แล้วเน็ตแรง ขอเชิญตาม link นี้ไปได้
มีซับไตเติ้น อังกิดให้ทั่นเอ็นจอยด้วย......
ยังไม่ซาบประวัติความเป็นมา รู้แต่พี่ทศเล่าให้ฟังว่ามันเป็นนักมวยปล้ำที่ญี่ปุ่น
ผมเคยดูไปแล้วหลายตอน ขำขี้หดตดเหม็น ไปหลายรอบ
ปล. เน็ตใครไม่แรง หรือคอมไม่มีลำโพง ไม่แนะนำนะฮะ เพราะขาดสุนทรียภาพในการชมอย่างรุนแรง
ปล2. ใครดูได้ อย่าหัวเราะเสียงดัง อายชาวบ้านเค้า
ปล3. ผมชอบตอนนี้ชิหายเลย http://www.youtube.com/watch?v=qcqXiRj-gss
ดูแล้วขอให้คลายเครียด ขอให้มีความสุขถ้วนหน้าถ้วนตา Hoooooooooooo ตื่น.......ฝันซ้อนฝัน
ความรู้สึกซ้อนความรู้สึก
อารมณ์ซ้อนอารมณ์
ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน
แต่แม่ง.............น้ำตาจะไหล
เฮ่อออออออ
ฝัน ฝัน ฝัน
หากไม่รู้ว่าตื่นอยู่หรือไม่ จะรู้ได้อย่างไรว่านี่คือความจริงรึเปล่า ??
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตื่น! ตื่นดีมั๊ย?
.................
.............
.........
ตื่น
เหมือนกับความฝัน
และหากนี่คือฝัน ขอชั้นขอได้ไหมแค่ชั้นไม่อยากตื่น มีเธอยืนอยู่ข้างกัน
อะไรจะดีไปกว่านั้น แค่ให้ชั้นฝันอยู่อย่างนั้นไม่ต้องฝืน (*)จริงรึเปล่าไม่อยากรู้
แค่ตรงนี้มีเธออยู่ ขอชั้นขอนะ ให้ใครช่วยบอกที ว่าถ้าตื่นแล้วเธอไม่หาย รอยยิ้มที่เธอให้ชั้นไม่เปลี่ยน อย่างน้อยก็ทำให้ชั้นหลับตา ได้ทุกคืน (**)นี่จริงหรือความฝัน
ที่เธอเป็นอย่างนี้ ช่วยบอกให้ชั้นมั่นใจ ว่าเธอจะไม่เปลี่ยน ทุกสิ่งที่ชั้นเห็น เธอจะเป็นอย่างนั้น เมื่อเราอยู่ด้วยกันในฝันและความจริง ความป็นจริงนั้น
ติดอยู่กับความฝัน ขอชั้นขอได้ไหมแค่ชั้นไม่อยากตื่น มีเธอยืนอยู่ข้างกัน
อะไรจะดีไปกว่านั้น แค่ให้ชั้นฝันอยู่อย่างนั้นไม่ต้องฝืน (*)(**)(**)
จังหวัดอะไรเอ่ย.....น่านอน (บันทึกตอนนี้แม่งโคตรรรร...ยาว)ตอบ: ....... เตียงใหม่
ฮ่าๆๆๆ ประสาทแดกสิ้นดี
คำถามประสาดแดกแบบนี้ยังมีอีกเยอะ บนค่าย
ไปเที่ยวเตียงใหม่มา.....ไปทำค่าย ตั้งกะวันที่ 22 ตุลา
แล้วเที่ยวตัวเมืองเชียงใหม่ต่อจนถึงวันที่ 7
กลับมาได้ จะเดือนแล้ว....ยังเขียนอะไรไม่ถูกอยู่เลย เหอๆๆ
ส่วนรูปทั้งหมด รอได้ DVD ,ก่อนแล้วจะเอามาลงนะฮะ ตอนนี้มีไม่กี่รูป ทนๆดูไปก่อนเด้อค่ะเด้อ
พิมแบ่งเป็นหมวดๆละกันตามอารม เรื่องอื่นๆที่อยากพิม ค่อยไปเก็บรายละเอียดจากที่อื่นเอาเน่อ เหอๆๆ......ตอนนี้แม่งยาวมาก ระวังให้ดี
เริ่มละนะ (explicit content, parental advisory คำหยาบคายมากมี ผู้ปกครองโปดชี้แนะนะจ๊ะ)
-----------------------------------------------------------------------------------------
เอาเรื่องอะไรก่อนดีวะ
อืมมมม
เริ่มตั้งแต่จะไปค่ายก่อนเลยตามลำดับความทรงจำอันเริ่มจะเลือนลางแล้วตามประสาคนแก่ที่สุดคนนึงบนค่าย
จะไปค่าย
โดนไอ้โฮป ชักชวน แม่งกดดันว่า ปีนี้ปีสุดท้ายแล้ว มึงลาออกแล้วนี่...ไปเหอะ
แม้ว่าใจจิงอยากอยู่ทำงานกะไอ้จิ๊งทันทีตามโปรเจ็คที่คิดกันไว้ แต่อะไรซักอย่างในกมลสันดานลึกๆ บอกว่าไปเหอะ
คิดไปคิดมา ก้อนึกขึ้นได้......คงไม่มีโอกาสอีกแล้วในชีวิต ที่จะได้ไปค่ายอีก เอาก้อเอาวะ
ไปก้อได้
โทรไปร่ำลาไอ้จิ๊ง บอกว่ากูไม่ได้หนีไปไหน จะรีบกลับมาทำงานชดใช้ให้เยี่ยงทาสผู้ซื่อสัตย์
กวาดอาหารกระป๋องลงกระเป๋า เอากีต้าร์สะพายขึ้นบ่า เสื้อกันหนาว ฯลฯ เก็บเรียบร้อย
ออกจากบ้านมารวมหัวกันที่หัวลำโพง
การเดินทางทริปใหม่......ไปแบบคิดไว้ในหัวว่ากรูจาไปเที่ยว เที่ยวงวดนี้จะทำตัวขำๆ ชิวๆ (ได้ข่าวว่าเอาเข้าจิงๆไม่ได้เป็นอย่างงั้น 555)
ขึ้นรถไฟแล้ว.....การเดินทางที่แม่ง โคตรพ่อโคตรแม่จะยาวนานจนกว่าจะถึงค่ายได้เริ่มขึ้น
บนรถไฟก้อต้องรับหน้าที่พิธีกรสนามร่วมกะไอ้ต๊ะ ไปโดยปริยาย
รชต.....หนุ่มร่างผอมท่าทางเหมือนปัญจวัคคีย์
รู้จักกับต๊ะมาได้ สองปีกว่า นับตั้งแต่ผาลั้ง เชียงราย
ต๊ะเป็นผู้ชายอารมณ์ดี มีจังหวะพูดเป็นของตัวเอง
ทีเด็ดของต๊ะอยู่ที่ ความเอาจริงๆเอาจังทุกเรื่อง ที่แฝงไว้ใน interface ที่โคตรฮา
ต๊ะเป็นคนที่สามรถคุยเรื่องซีเรียส เรื่องหลุดๆ ให้ดูเฮฮาได้อยู่เสมอ......แม่งของจริง
ที่เด็ดอีกอย่างของแม่งที่จะข้ามไปไม่ได้ คือ อาบน้ำน้อยครั้งชิหาย -__-'
สองปีทีแล้วที่เชียงราย ภาพต๊ะที่จำได้ติดตา คือ เช้าวันนึงไอ้ต๊ะแม่งมายืนที่ระเบียงบ้านที่เค้าใช้แปรงฟันกัน
สภาพต๊ะเปลือยท่อนบน ใส่กางเกงเลตัวเดียว มือถือขัน ตักน้ำราดตัวเองในเวลา เจ็ดโมงเช้าก่าๆ อากาศเย็นสัด
กรีดร้องโหยหวนดั่งเปรตจะออกจากร่าง บวกกับผมกับหนวดเครา ทำให้นึกว่าแม่งเป้นปัญจวัคคีย์ที่จะบรรลุแล้ว
เกือบยกมือไหว้แม่ง เพราะอากาศเย็นจนควันพุ่งออกจากร่างกาย......ประดุจดั่งมีปาฏิหารย์ ฮ่าๆๆ
บนรถไฟก้อมีการเล่นเกมเล็กๆน้อยๆ เพื่อไม่ให้แน่นิ่งกันมากจนเกินไป เด๋วจะกริบกันซะป่าวๆ
เอาป้ายชื่อสลับกันไปๆมาๆ ให้ไปหากันเอาเองว่าครัยได้ครัย
บนรถไฟได้รู้จักกับน้องๆ มากมาย ...... มีฝรั่งด้วยสองลูก ลูกผู้ชายชื่อ Jesse ลูกผู้หญิงชื่อ Meagan
ดูแล้วรู้สึกค่ายนี้.....หลากหลายๆ
ปัญหานึงของการเป้นคนของประชาชน เช่นตัวตลกสาธารณะอย่างไอ้นนท์เนี่ย
คือมึงต้องจำเค้าให้ได้...ซึ่งชาวค่ายงวดนี้ก้อเยอะชิบหายเลย ประมาณร้อยกว่าคนนิดๆ ได้
ซักพักก้อเริ่มเข้าหมวดพักผ่อนเพราะเสียงนอกรถไฟดังมาก รถไฟชั้นสามที่ทำให้หลังหักได้จากเบาะที่ดีไซน์ได้ฉากผิดหลังมนุษย์
เริ่มค่ำมืด ก้อเริ่มเล่นไพ่ หนุ่มๆก้อกระจัดกระจายไปแอบกินเบียร์ เล่นกีต้าร์เฮฮากัน สาวๆก้อเริ่มจับกลุ่มเม้ามั่ง หลับมั่ง
จนตกดึก.....มีเริ่มเมาๆ กันไปบ้างตามประสา ขาบิ้วทั้งหลาย.... พักผ่อนกันไป สะดุดกับคนๆนึง มีสแตว (style + แนว) มากๆ
ชื่อนิน.....นินเป้นชายไทยเชื้อสายจีนแน่ๆ ที่จบธรรมศาสตร์ จากคณะ JC
หน้าตาหล่อเอาการ ละม้ายคล้ายโดนัลดั้ก......สะดุดที่มันเพราะมันเล่น Franz Ferdinand ได้เนียนแจ่มถูกจัยซะฉิบ
ลักษณะเป็นเด็กแนวมากๆ ยิ่งไอ้กล้องตาปลา (มันเรียกงี้ป่าววะ) เห็นแล้วแปลกใจกับของเล่นมันจิงๆ
เอกลักษณ์อีกอย่าง คือเสียงร้องเพลงของนิน ที่จะกล่าวถึงในภายหลังอีกครั้ง โปรดติดตาม คนนี้แม่งของจริงอีกแล้ว
บนรถไฟยังได้รู้จักกับน้องๆอีกมากมายหลายคน บางคนคุ้นหน้ากันแล้วจากค่ายก่อน
ไม่ว่าจะเป้น น้องยุตม์(ถุยย น้องก้อเหี้ยแล้น ฮ่าๆๆ) น้องทศ ฮ่าๆๆๆ น้องเปตอง นี่ประธานค่าย
น้องป๊อปอ้วน น้องโบ๊ต นี่คุ้นจากค่ายเก่า
แต่ใหม่ๆที่เหลือนี่ ที่คุ้นกันจากบนรถไฟ ก้อจะเป้น น้องบรุ๊คกี้ (บุ๋งกี๋) นี่มีชะตากรรมร่วมกันบนค่ายอีกมากมาย
จะกล่าถึงในภายหลัง
แถวนั้นมีครัยอีกวะ น้องพลอยหมวย คนนี้น่าแปลกใจเพราะป้ายชื่อเขียนว่าพลอย ทำไมเพื่อนเรียกอีหมวยวะ
น้องพลอย(หมวย) เป็นผู้หญิงหน้าตาเรียบร้อย ที่ทันมุกคำผวนทะลึ่งๆ ได้เร็วที่สุดซะงั้น
ปอ ปุ๋ง ..... คู่รักน่าเลี่ยน จนอยากจะโดดถีบ....จะสวีทกันไปไหนหนอ
บู้ แหวน .... คู่รักบู๊บุ๋น ไอ้บู้ดูจะโดนกำชะตาชีวิตไว้แล้ว
โอ๊ยยย เยอะมาก.....ตัดภาพไปดีกว่า
การเดินทาง
เช้าแล้วก้อตื่นมาอย่างหมดสภาพกันถ้วนหน้าถ้วนตา
เป้นการเดินทางที่ทรหดอดทนที่สุน ทริปนึงในชีวิต หลังจากรถไฟออกจากสถานีเกือบๆ บ่ายสาม
มาถึงสถานีรถไฟเจียงใหม่ ประมาณ เจ็ดโมงเช้า นี่ก้อล่อไป 16 ชม
ต่อด้วยรถหกล้อขนหมู อีก ที่เริ่มออกเดินทางซัก เก้าโมงได้
แล้วไปถึงแม่แจ่มพักกินข้าวเที่ยง ก่อนจะยิงยาวถึงแม่ซา ตอนประมาณบ่าย 3-4 โมง
เปลี่ยนลงรถกระบะเล็ก อีกเกือบ 2 ชม
วิวข้างทาง สวย สงบ.......นั่งคุยกะไอ้ยุตท์ กะพี่ทศ และน้องใหม่ ไอ้หนุ่มรัฐศาสตร์ปีหนึ่งบนหลังกระบะ
จนมาถึงตัวหมู่บ้าน
ชิวที่สุดในโลก.............สะพาน ทีเด็ดของหมู่บ้าน
ขาบิ๊วจำเป็น
เนื่องจากความแก่ เก๋าเกม และตลกน่าตาย (คือน่าจะตายๆซะ) ก้อจะโดนเพื่อนๆ น้องๆ ถีบออกไปเป็นตัวบิ๊วสีสันอยู่เสมอ
เอาซะตั้งแต่ไปถึงค่ายเลย...... น้องๆมาถึง พี่ทศกะไอ้ยุตม์เห็นน้องๆหน้าตาเหนื่อยอ่อน เลยถีบไอ้นนท์ไปฆ่าเวลา
ระหว่างที่สองคนนี้ไปหานม หาขนม มาให้น้องๆกระแทกปาก เคล้าเสียงโหยหวนของพี่นนท์หัวฟู
ที่เกากีต้าร์เรื่อยเปื่อยในความมืด........มีน้องๆ มาสารภาพทีหลังว่า เสียใจมากๆ ที่พอมีแสงสว่าง
สาดผ่านแล้วรู้ว่าไอ้คนที่โหยหวนอยู่ เสือกเป้นพี่นนท์ ทำเอาบรรยากาศ สุดเคลิ้ม หายนะไปอีกเยอะทีเดียว
ฮ่าๆๆๆ สม เสือกมองหน้าพี่ทำไมฟระ ให้ดูดาวชิวๆตะหาก
บิ๊วตลอด ทั้งตอนสัน งานสร้าง แม้แต่บิ๊วบรรยากาศค่ำคืนให้น้องๆเค้านอนดูดาวกันกิ๊วก๊าว.....
พี่ทศกะไอ้ยุตม์ แม่งโวยวายว่าไอ้นนท์เป็นเหี้ยไร ตลกตลอดเวลาเป็นพิเศษ
ก้อกูบอกแล้วครับพี่ งานนี้ผมคิดว่ามาเที่ยว ขำๆ แต่ไม่อยากขำคนเดียวไง อยากให้คนอื่นขำด้วย
ที่บ้าน
ประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิตสัญชาติอะเมริกันเพศเมีย 1 ชีวิต ชื่อMeagan อ่านตามภาษาอังกิด(หรือภาษาอิงแลนด์ ของไอ้พูม)
เมแกน เป็นคนที่น่าสงสารมาก....เพราะเมแกนกินเผ็ดบ่ได้และไม่ชอบกินปลา ทั้งๆที่ปลากะป๋องบางอย่าง
แม่งนอกจากเป้นปลาแล้วยังเสือกเผ็ดอีกด้วย และสิ่งปะทังชีวิตหลักของบ้านเรา คือ ถั่วคั่ว ปลากะป๋อง ไข่เจียว
มาม่า ข้าวเบ๊อะ น้ำพริก ปลาทอด และกับข้าวเหลือจากมื้อเที่ยงที่โรงเรียน ตลอดเวลา 9 วัน
เมแกนไม่เคยบ่นเลย เวลาเราถามว่าอร่อยมั๊ย ชีเซย์เยส ตลอด
เมแกนมาค่ายพร้อม แผลน่ากัวมากๆ ที่นิ้วหัวแม่ตรีนหนึ่งแผล ที่ต้องทำแผลทุกๆวัน
บ่อยครั้งที่ในบ้านอยากชวนเมแกนคุย ถ้าไม่นับไอ้พูมที่สะปี๊กอิงแลนด์ไม่ค่อยสะตรองแล้ว
ก้อต้องพึ่ง มาย กะบุ๊คกี้.....เพราะส้มต้องทำกับข้าว และ ไอ้เหี้ยป๊อบอ้วน ทำตัวน่ารัก ตลก ตะแหล ตลอดเวลา ไม่ได้เรื่อง
เมแกนคงนอยกุ้ง(หาความหมายจากพจนานุกรมฉบับไอ้แช้มบัญญัติได้แล้วทุกแผงปลาทู)
จากการสันทนาการตอนกลางคืนเป็นแน่แท้ ขนาดเจสซี่ยังต้องให้คนแปลอยุ่เรื่อยๆ .....
ดีใจที่ได้ ไอ้ต๊ะคอยแปลหลายๆครั้ง เพราะแม่งแปลจนไทยขำแต่ฝรั่งเซ็งเป็ด(แช้มบัญญัติเช่นกัน)
เมแกนยังเป็นแฟนพันธ์แท้เพลงร็อคหลายๆวง รวมไปถึงอันเตอเนตีบด้วย
(แต่ร็อคสะเดิดกะร็อคออเยาะ เมแกนคงยังไม่เคยโดน)
สิ่งมีชีวิตสัญชาติไทยเพศเมียอีก 3 ชีวิต
1. ชื่อ ส้ม.....ส้มเป็นสาววิทยา ปี3 ที่เกือบจะต้องย้ายสำมะโนไปอยู่บ้านไอ้ใหญ่ โชคดีของพวกเราและส้ม
ที่ส้มเป็นแม่ครัวประจำบ้าน และทำให้ต้องยื้อไม่ให้ส้มไปเด็ดขาด เคยบอกมายว่าตีมึนเอาบุ๊คกี้ไปแลกแทนได้มั๊ย 555
ส้มเป็นสาวห้าว ที่ชอบเล่นมุขวู่วามบ้างในบางครั้ง แต่ทุกคนก้อรักไช่เจียวของส้มมาก โดยเฉพาะวันที่ส้ม
เอามาผสมปลากระป๋องราดพริก......ชิหาย น้ำลายไหลลงคีย์บอร์ด
2. ชื่อ มาย....มายเป็นน้องสุดท้องของบ้าน แต่มันเป็น head บ้าน....มายอยู่ปี 2 คณะไรวะ ???
แต่ด้วยหน้าที่มาย เลยต้องเป็นคนปลุกพี่ๆทุกคนในบ้าน ด้วยน้ำเสียงที่นอยกุ้งสุดๆ ทุกเช้า นอยจนพวกกรูไม่อยากลุก
อยากแกล้งน้องมัน วันหลังๆ มายเริ่มทำใจและผสมโรงไปกับพวกเรา จนไปเข้าแถวสายในวันหลังๆ ตลอด ฮ่าๆๆๆ
วันหลังๆ เรียกมายว่าไอ่อ้วน เพราะเกมพับกระดาษหนังมือพิมแท้ๆ ที่ทำให้รู้ว่า ไอ่มาย หนักกว่าที่เห็น......
สืบมาได้ว่าเกินหลัก 6 !!! (ชีแก้ตัวภายหลังว่าชีกระดูกใหญ่ หึหึหึ เชื่อจ้ะเชื่อ เอ็งเป็นไดโนเสาเหรอจ๊ะ)
3. ชื่อ Brooky....aka อีบุ้งกี๋.....บุ๊คกี้ปี3 แล้วแต่ตัวเล็ก เลยทำให้เข้าใจผิดว่ายังเด็กอยู่....
บุ้คกี้โด่งดังมากจากเสื้อสีเขียวกลับตะเข็บ ที่ชีมาแก้ตัวทีหลังว่า มันเป้นดีไซน์ของเสื้อ
แต่พวกพี่ว่าเสื้อเอ็งมันเป้น defect มากกว่า ฮ่าๆๆๆ ซื้อไม่ดู โง่วนี่
บุ๊คกี้ขี้หนาวมาก เพราะมันผอมจิงๆ....บุ๊คกี้ ถูกอำนาจมืดของพี่นนท์ครอบงำ
ตลอดเวลาตั้งแต่บนค่าย(จนถึงวินาทีนี้) เรื่อง เสื้อเกราะ!!!
สิ่งมีชีวิตสัญชาติไทยเพศผู้อีก 2 ตัว
1. ไอ้ป๊อบ โรโบโขก....เจอหน้ากันมาตั้งแต่ผาลั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มิตรภาพยังคงงดงาม
ไม่ต่างจากร่างกายทั้งมึงและกูที่พองวันพองคืนจริงๆ 555 ปีนี้พ่อหมอป๊อบพยายามดูลายมือให้น้อยที่สุด
เพราะนอกจากจะเหนื่อยพลังจิตแล้ว มันยังไม่อยากโดนเข้าชิงอู้ค่ายเหมือนเมื่อ 2 ปีที่แล้วอีกด้วย
แม้เราจะรู้ว่าป๊อบแอบชอบครัยบ้างก้อตาม ป๊อบกลับไม่รุกครัยเลย....แต่ชอบเอาจิตสัมผัส
ว่าใครแอบปลื้มใครอยู่เรื่อยๆ แปลได้อีกนัยหนึ่งว่าชอบเสือก หึหึหึ
ป๊อบชอบทำตัวเกย์ๆ แม้มึงจะเป็นแมนก้อตามที....พิสูจน์ได้จากรูปที่ถ่ายออกมา
ป๊อบจะโพสต์ท่าอะไรแรดๆได้เสมอ จนอยากเอาตีนลูบหน้ามัน
ป๊อบยังคงเป็นตัวตลกอ้วนๆ ที่ชาวค่ายจำได้แม่นยำ จากความระยำของมันที่ไปทำไว้กะเด็กเล็กๆ
(ไอ้กล้วยส้มๆ ของมึงไง....เชี่ย)
2. ไอ้ภูมิ.......ไอ้เหี้ยนี่ต้องกล่าวถึง อย่างแรงครับทั่น.....พูม เป็นหนุ่มวิทยาที่พึ่งจบปีนี้นี่เอง.....
รู้จักกับพูมแว่บแรกตอนแบ่งบ้าน คิดในใจว่า บ้านกูจะมีตัวฝืดๆบ้าง คงไม่เป็นไรเด๋วกูบิ๊วให้ขำเอง......
ที่ไหนได้ แม่งออกลายตั้งแต่ 2 วันแรก.....จำได้ว่าสันทนาการคืนที่ 2
ไอ้พูมโดนเรียกออกสาธิตเต้นเพลงแมงมุมกับพี่นนท์!!(กูอีกแล้ว แม่งเอ๊ย) ตั้งแต่คืนนั้นมา
พูมก้อไม่เป็นตัวของตัวเอง(ท่าไม้ตายมัน)
พูมเป้นตลกวู่วามแบบextreme เสมอๆ (ไม่ว่าจะเป็นมุก"เขี่ยนม"ที่ไปเล่นใส่ป่าน
หรือพูดจาไม่ใช้หัว"กรวย"ที่เล่นกลางฝูงชน) รวมถึงการเป็นคนจิงใจเปิดเผย ตดและเรอ
ออกมาอย่างไม่อายใครเป้นประจำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่ยากนักที่จะได้รางวัล วู่วาม ค่ายไปครอง
ชนิดทิ้งไอ้นนท์ที่ 2 อย่างขาดลอยละลิ่ว......พูมยังมีทีเด็ดอีกหลายครั้งเช่น การเอากางเกงในสีแดงของแม่ง
จะวิ่งไปครอบหัวบุ๊คกี้โดยหลอกว่า เอามาเล่นเป้นหมวกนินจาเฉยๆ.....เด็ดกว่านั้นคือ
ตัวนั้นยังไม่ได้ซัก.....บุ๊คกี้ร้องเหมือนโดนขืนใจ วิ่งไปรอบบ้าน น่าสงสารสัดด่ะ
แม้ว่าวันท้ายๆ พูมจะจืดลงไปบ้าง จากการเผลอ format รูปในกล้องโบโบ้ ทำให้ซึมลงไปเล็กน้อย....
แต่ชาวค่ายไม่ลืมสีสันจากชายคนนี้แน่นอน
ที่บ้านยังมีสมาชิกที่เรามาอาศัยอยู่ด้วย ประกอบไปด้วย
พ่อส่าทู - ที่ผมให้เสื้อกันหนาวไปตัวนึง แล้วพ่อตะบรึรัวใส่ผม (ตะบรึ แปลว่า สวัสดี,ขอบคุณ
ตามหลักไวยกรณ์ ปะกากะยอ) แล้วถ้าเปลี่ยนชื่อพ่อเป็น สาโท บ้านเราคงอุ่นกายมากกว่านี้ เอิ้กๆ
แม่ - นอกจากกับข้าวแล้ว ยังยิ้มให้พวกเราเสมอและเป็นคนช่วยตั้งชื่อหลายๆชื่อให้พวกเราด้วย
ลูกสาวพ่อ - ชื่อพี่อะไรหว่า จำไม่ได้ละ แม่ของน้องอ๊อด เด็กน้อย
(ผมคงเอ็นดูเด็กคนนี้มากกว่านี้ ถ้าน้องแกไม่ดันชื่ออ๊อด หึหึหึ)
พี่ดีจอห์น - ฟังและเรียกเป็นพี่บีจอห์น ตลอดเวลา มารู้ทีหลังว่าแกชื่อ ดีจอห์น พี่ดีจอห์นเป็นเอกอัครราชฑูตประจำบ้าน
รวมถึงความเมตตา ต่างๆมากมาย ที่แกคอยช่วยเหลือตลอดจนของที่ระลึกจากแม่
ที่มีที่อยู่ของที่นู่นสอดไว้เป็นลายมือพี่แกอยู่ด้วย
ย่า หรือ ยายหว่า - หญิงชราอารมณ์ดี เพราะย่ายิ้มตลอดเวลา อายุน่าจะร่วมร้อยแล้วมั๊ง เคยประคองย่าลงบันได
ทั้งๆที่เราคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่น้ำใจคน สื่อสารด้วยอวจนะภาษาได้ชัดเจนยิ่งนัก
คิดถึงอารมณ์ตอนอยู่บ้านบนดอยบ่อยๆ..... ห้องน้ำที่ราดยากๆ, การอาบน้ำท้าตายตอนดึกและเช้าตรู่,
เสียงแม่ตำข้าวตอนเช้าที่หลอนอยู่หลายวัน, ไฟบอกปริมาณไฟฟ้าsolar cell 3-4ดวงที่อยู่เป็นเพื่อนกันกลางดึก
ในคืนเดือนมืดช่วงแรกๆ, ทำเลนอนไอ้ภูมิที่ดีมากจนไม่อยากอิจฉา เพราะนอกจากจะใกล้ใต้ขื่อแล้ว
เสาหัวนอนมันยังมาตกน้ำมันเอาคืนสุดท้ายด้วย....หึหึหึ
การสวดมนต์หน้ากระดาน เพราะเหี้ยป๊อบแม่งเสือกเล่าเรื่องผีที่หลอนจัดกันทั้งบ้าน แน่นอน เมแกนไม่ได้รับรู้ด้วย เหอๆๆ
ไอ้ป๊อบนี่หลายที.....คืนนึง ที่นอนแล้วไปเกี่ยวแขนแม่ง แม่งเสือกบอก "อย่ามาแบบนี้ผมกลัว"......
ไอ้เหี้ย!! นี่กูเอง สัด พูดกะกูป่าววะห่า พูดหยั่งกูเป้นอย่างอื่น
อ้อ !! นึกขึ้นได้เรื่องชื่อ ภาษาปะกากะยอ....ของผม ได้ "จะเอลิ" หรือ "เจ๊าะเอลิ" เนี่ยแหล่ะไม่แน่ใจในการสะกดเท่าไหร่
แปลว่า.........ไปเล่นตลก -____-" เหมาะกะผมชิหายเลย
ส่วนไอ้ป๊อบ ที่ทำตัว น่ารัก ตลก ตะแหล ตลอดเวลา ไม่ได้เรื่องนั้น ชื่อ "จะตะเล่อ" แปลว่า...... อะไรซักอย่างที่มันดูน่ารักเนี่ยแหล่ะ
(ถุยยยย.......กูจะอ้วก 555) แล้วแม่งเสือกพูมใจในตัวเองมากๆกับชื่อด้วย ขอบวกๆ
ไอ้พูม จะเป้นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก "โทดะโหงว" แปลว่า "นักมวยโง่" ..... จิงๆ มันมีชื่อที่แปลดีๆ แต่พวกเราในบ้านจำได้แต่ชื่อนี้
แน่นอน เพราะว่าหน้าแม่งทำให้เรานึกถึงสมรักษ์ คำสิงห์ จึงไม่มีทางที่เราจะยอมให้มันใช้ชื่ออื่นเด็ดขาด ฮ่าๆๆๆ
4 สาว นั่น จำไม่ได้เลย....จำได้แต่ว่า เป็นหมวดดอกไม้ สวยๆงามกันทั้งนั้น ดีแล้วๆ อย่ามาโดนอย่างไอ้พูมละกัน เหอๆๆ
เรื่องเด็ดจากบนค่าย
โอ้....เยอะจนไม่รู้จะเขียนอะไรลงไปหมดบ้าง......เป็นหนังสนุกๆ เรื่องนึงในหัวที่นึกทีไรก้ออดขำคนเดียวไม่ได้
รวมไปถึงพวกมุกฮาๆห่วยๆ ทั้งหลายจากบนค่าย เช่น "หนมอะไรมีกล้าม" "มอไซค์มีกี่วัน" "ทะเลอะไรมี4สี"
"โรคอะไรเป็นแล้ววิ่งเร็ว" "จังหวัดอะไรน่านอน" "อะไรเบากว่าเต่า" "อะไรเร็วกว่านินจา" "พระอะไรชอบเล่นไพ่"
"พระอะไรไม่ถึง10" "อะไรหล่อกว่าสิงโต" ....... อะไรอีกวะ เยอะชิบ
ชาวค่ายสุดฮาทั้งหลาย แก๊งหล่อ ไอ้เอ็ม ชวน นัท พ้ง บิง เล้ง, แก๊งวิทยา พูม กิ๊ฟท์ มุ่ย โบ, แก๊ง ชา ขวัญ ป่าน จ๋า,
แก๊ง717ไอ่มาย ออม เจ ต่าย พลอย, แก๊ง MC team ไอ้บอลพ่อครัว ไอ้เม่น ไอ้แช้ม พี่กิต แถมใต้ฝุ่นสาวแนวให้คนนึง
น้องพลอยทั้ง 3 .....ทั้ง พลอยหมวง พลอยหวง พลอยหมัน (อย่าผวนนะเด็กๆ มันไม่ดี)
พลอยหมวง นี่ ผวนเร็วมากอย่างที่บอก ชนิดที่ผู้ชายบางคนยังงงๆอยู่เลย แต่หน้าชีดูเป็นหมวยเรียบร้อยมากๆ
พลอยหวง นี่ เด็กศิลปากร...เสียงแหบ ว่าที่เจดีสาว (ดีเจ !!!) ส่วน พลอยหมันนี่ ไม่ล้างหน้า เป็นจูออน
น้องมุ่ย หัวหน้าใหญ่ แต่งตัวสีสันผิดธรรมชาติเสมอ เช่น ชมพูสดๆ......
โบโบ้ พี่สาวกิฟท์.....หน้าเหมือนๆกิ๊ฟท์ แต่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเรย ฮ่าๆๆๆ
เรื่องแบตแทงหลัง เปตอง....เรื่องบิ๊วไอ้เล้งให้โบโบ้.....เพราะมุกโบสาดปูนแล้วเล้งสวน....
"จะเอามาหล่อรักตรงนี้เหรอครับ" ....เลี่ยนได้ใจสัดด่ะ
เกมรักใคร ตีใคร สนุกชิหาย.....วิวาห์เหาะ....กระป๋องแป้ง.......ไฟฟ้ากระแส.....หอยเปลี่ยนฝา....รวมเงิน
ไอ้ป๊อบทั้ง 3....ป๊อบลูกโกก แม่งหลุดๆ...ป๊อบโรโบโขก....และป๊อบน็อสตี้ ที่แม่งเคือง
ว่าพี่นนท์ตั้งชื่อให้มันทุเรด (กูอยากจะบอกว่าไอ้ปันตั้ง บ่ใช่กู)
แก๊งสามจิ้ง ภาคแรก เพชร ปลั๊ก อาร์ท......ไอ้เสื้อยากูซ่าพวกมัน.....จำได้จนวันตาย
และสามจิ้งภาคสอง...พง ย้ง ป๊อบน็อนสตี้...ขำเหี้ยย้ง ที่มันซื้อวันกันแดดที่เชียงใหม่ แล้วมันสบถทุก 3 นาที
แก๊งสาวๆบัญชีทั้งหลาย โอ๋ ไบรท์ เชง บุ๊คกี้ จิ๊บ พลอยหมวย ติ๊ก.....บวก ไอ้ภัคเมตรครึ่งเข้าไปด้วย แถมๆ
ครัยอีกหว่า ไอ้หนุ่มๆ วิดวะและSI ทั้งหลายที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ไอ้อู๋ ไอ้คิว ไอ้ทอม ไอ้ฤทธิ์
แก๊งน้ำหวาน ...น้ำหวานตาสีอำพัน น็อต แพร อ้อม(ยายของหลานๆ) ดรีมมือกลอง อิ๊งจอมมารบู (แต่พี่เป้นมิสเตอซาตานหว่ะ)
ปลาไม่ธรรมดิ๊ เล่นละครด้วยกันจำได้ๆว่านี่คลองห้า.....กวางเสียงห้าวนี่คลองเจ็ด
แก๊งโคตรฮา มียัยแพร eighteen พอลล่า แป้ง(น้องแท้ๆยัยแพร เอททีน) เป็นบัดดี้พี่เอง
น้องๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าจะให้ไล่ให้ครบ คงต้องมานั่งไล่ทีละชื่อจากรายชื่อเบอร์โทรศัพท์...วันวันไหนคึกต่อ จะมาต่อให้ครบ
คงได้แต่ทิ้งหอก(ทิ้งทวน!!!) ไว้ก่อนว่า......"Good memories last forever" นะจ๊ะๆ
หวังว่าชาวค่ายจะได้เจอกันไปเรื่อยๆ ไม่นอยกุ้งกันซะก่อน
ไว้นึกอะไรออก จะเอามาโพสต์แก้ไขเพิ่มเติมละกัน เมื่อยมือแล้วเว้ยยยยยยย ไปนอนก่อนนะคร่าบ
--------------------------------------------------------------------------------------------
Changes are what never changed,Keane - Somewhere only we know I walked across an empty land I knew the pathway like the back of my hand I felt the earth beneath my feet Sat by the river and it made me complete Oh simple thing where have you gone I'm getting old and I need something to rely on So tell me when you're gonna let me in I'm getting tired and I need somewhere to begin I came across a fallen tree I felt the branches of it looking at me Is this the place we used to love? Is this the place that I've been dreaming of? Oh simple thing where have you gone I'm getting old and I need something to rely on So tell me when you're gonna let me in I'm getting tired and I need somewhere to begin So if you have a minute why don't we go Talk about it somewhere only we know? This could be the end of everything So why don't we go Somewhere only we know? Somewhere only we know? Oh simple thing where have you gone I'm getting old and I need something to rely on So tell me when you're gonna let me in I'm getting tired and I need somewhere to begin So if you have a minute why don't we go Talk about it somewhere only we know? This could be the end of everything So why don't we go So why don't we go HmmmaaaAAAA.....Ahhhoooooo.... This could be the end of everything So why don't we go Somewhere only we know? Somewhere only we know? Somewhere only we know? หดหู่!!! หดหู่โว้ยสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้
ทำผมหดหู่
หดหู่มากๆ
เสียใจชิบหาย
พูดอะไรไม่ถูก
....
........
............
งานยุ่ง เครียดๆ กำลังชั่งใจว่าอยากลาออก
ออก?? ใช่ ออก อีกแล้ว
องค์กรใหญ่ การเมืองเยอะ เยอะจนอยากมีรถถังไปปฏิรูปที่ทำงานซะฉิบ
หึหึ
ปวดหัว จริงๆเล้ยยย แม่งงงง เอ๊ย
ไว้ผมจะมา update ใหม่นะ
ตอนนี้ปล่อยผมบ้าไปก่อน....... Awaken from mysterious thoughts in my mind !!เมื่อกี๊หลับไปหน่อยนึง
อยู่ดีๆก็ตื่น.....เที่ยงคืนกว่าแล้ว
ชอบสิ่งที่ตัวเอง พึ่งนึกได้
ขอ Note เอาไว้ตรงนี้ เพราะอยากเก็บไว้เตือนตัวเอง
ทุกครั้งที่นึกได้จนวันตาย
สืบเนื่องจากบทสนทนากับไอ้ยุตม์เมื่อหัวค่ำ
โดนใจกับคำที่ว่า "ถ้าของหาย แล้วคิดว่าหายในห้องนี้
ก็จะหาแต่ในห้องนี้ แล้วเราก็จะมีโอกาสหามันไม่เจอเลยก็ได้"
ใช่เลย........บ่อยครั้ง
ในชีวิต เคยถูกคิด เคยถูกกระทำ
บ่อยครั้งไป ที่เรากลายเป็น Book that is only judged from the cover
หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น
เราเองมักคิดว่า ทำไมไม่เป็นอย่างงั้น อย่างงี้
มันก็ make sense ดีนี่หว่า ที่เราคิด
มันก็มีเหตุ และผล เกื้อหนุนกัน
ทำไม??
ทำไม ทำไม ทำไม???......
..........................
.................
.............
..........
แล้วก็กระจ่างขึ้นได้ หลังจากตื่นมาไม่กี่นาที
ก็ถ้า"เชื่อว่าเหตุใดๆมันต้องเป็นเหตุเป็นผล
แล้วมันเกิดไม่เป็นเหตุเป็นผล
จะเชื่อต่อไป.............ใจก็ไม่มีทางสงบหรอก"
ฉันทน์ใดก็ฉันทน์นั้น.....เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว
ใจก็เป็นสุข
กลับไปนอนต่อดีกั่ว หึหึหึ
ราตรีสวัสดิ์ครับ ทุกๆทั่น
PS. You know what??? I just realize that I am worth for no-one
I am good for nothing. ** "SiCk, iLL, UnWeLL" **ป่วยครับ ป่วย
ขี้มูกยืด ไข้ขึ้นๆลงๆ ไอเจ็บคอ
อยากหยุดงาน นอนอยู่กะบ้านจัง
ป่วยตั้งกะวันแม่ ป่วยทั้งแม่ ทั้งพ่อ ทั้งลูก เหอๆๆๆ
รักษาสุขภาพดีๆนะคร่าบ
---------------------------------------------------------------------------------
ขอมั่วหน่อย
เนื่องจากหัวข้อเมื่อวันเข้าพรรษา มีพี่น้องผองเพื่อน มากมายเข้ามาคอมเม้นท์
แต่ส่วนใหญ่ดูจะเข้าใจประเด็นผมผิดกันไปต่างๆนาๆ
เอาหน่ะ....เอาเป้นว่าผมไม่แก้แล้วกัน
ถือว่าผม พิมอะไรไม่ชัดเจนเองละกัน เหอๆๆ
จะได้อ่านสิ่งที่คนอื่นเค้าเป้นห่วงกัน
แม้ว่าจะไม่ตรงประเด็น แต่ก้อ ขอบคุณมิตรรักแฟนเพลงทุกทั่นที่เป้นห่วงเป้นใยกันเข้ามานะคร่าบ
--------------------------------------------------------------------------------
For those who sneak into my space and touched by the previous song
"Love is a game" by The Magic Numbers
Pls try this one, which is called "Parb-Lhon"
Enjoys,
--------------------------------------------------------------------------------
ปล.ตอนนี้กลายเป็นพวก workaholic อยู่นะฮะ
ทำงานโคตรมันเลย เสพติดงานไปซะแล้ว
ใครมีโปรแกรมไปไหน ช่วยโทรเรียกด้วยคร่าบ....ขอไปด้วย นะ นะ
ปล2. เนื่องจากมีคนประทับใจกับเพลง love is a game หลายทั่นแล้ว
แปลว่า มันเริ่มอยู่นานไปแล้น เลยเปลี่ยนซะหน่อย
ขอเชิญรับฟัง เพลง "ภาพหลอน" จำชื่อสินละปินบ่ได้เน่อ ใครฮู้ก็บอกหน่อย
เด้อค่ะเด้อออออ............. Stressed, Depressed, Tired etc. : You name it, I'll feel itวันเข้าพรรษา 11 กรกฎา 2549
ได้หยุดงาน นอนอืด อีกวันนึง
เหนื่อย.........เหนื่อยกับงาน สนุกเป็นบางอารมณ์
เพื่อนร่วมงาน พี่ๆ และลูกค้าหลายๆเจ้า
โคตรมันเลย เหอๆ
แต่บางอารมณ์แม่ง เครียดดดด กดดัน
โดยเฉพาะ เจ้านาย บางอารมณ์แกก็ชิวเป็นนักวิชาการ
บางทีคลื่นลมก็แรง เสือกลืมดูข่าวพยาการณ์อากาศ
เรือเล็ก ก็โดนลมพัดอับปางซะฉิบ อยู่บ่อยๆ
บางทีไอ้เราไม่ได้โดนคนเดียวอีกตะหาก
ควรงดเข้าฝั่งบ่อยๆ แนะนำให้ออกทะเลแล้วหายไปเรย เหอๆๆ
นี่ก็ดอง เครดิตโน๊ตลูกค้าเป็นปึกอยู่
พรุ่งนี้บ่ายมีประชีมอีกตะหาก
จะโดนเจ้านายเล่นอีกซะมั๊ยว๊าาา.........
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
อยากมีเวลามานั่ง update space บ่อยๆ....เห็นจะเป็นไปไม่ได้
กลับมาจากงานก็เหนื่อย ตายตาหลับ
ช่วงนี้เลยถวิลหาเวลาออกนอกบ้านอยู่บ่อยๆ
ได้ไปเจอใคร มีโอกาสเมื่อไหร่....ไม่พลาด
ช่วงนี้ผมโรคจิต
เครียดแล้วไม่อยากอยู่บ้าน
ถ้าใครโทรมาเมื่อไหร่ ออกร่อนทันที
ยิ่งช่วงนี้ เพื่อนเก่า ชาวค่าย รุ่นน้อง รุ่นพี่ ฯลฯ ดูจะมีโปรแกรมมาเรื่อยๆ
เมื่อวานไปนั่งร้าน Reflection พหลโยธินซอย7
คุยกับเพื่อนๆIE เป็นไม่รู้กี่ชั่วโมง
ถามเรื่องปัจจุบัน ขุดคุ้ยอดีต วางแผนอนาคต
ผ่านชีวิตมหาลัยมา เกือบๆจะปีครึ่ง
ดูอะไรๆ มันจะเปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย
หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป และหลายๆอย่างก็ยังไม่เปลี่ยน
เพื่อนๆ ชอบพูดเสมอๆว่าผมไม่ค่อยเปลี่ยนไปเวลาได้เจอกัน
น้อยคนนักที่ผมจะบอกว่า จริงๆแล้วผมเปลี่ยนไปแค่ไหน
เมื่อวาน ไอ้เอกถามตอนจะกลับบ้าน
"ทำงานเครียดบ้างมั๊ยวะ?"
แม่งงงงง แทงใจดำ.......เครียดเด่ะ แต่เครียดแบบหลบมุม แอบเครียด เหอๆๆ
พี่ทศแอบสาปแช่งเมื่อวันก่อนว่า
"มึงมีบัตรเครดิตแล้วเหรอ งี้นะอีกหน่อยก็ติดอยู่ในวงเวียน
ทำงาน เก็บเงิน หาเมีย แต่งงาน มีลูก ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน บลา บลา บลาฯลฯ"
พูดแล้วก็นึกเสียววาบขึ้นมาในหัว
"นี่เราอยากทำอะไรวะ ???"
ทฤษฎีพี่ทศ..........
อีกห้าปีจะไปทำอะไรอยู่ตรงไหนของประเทศ ของโลก
จุดเอาไว้.........
แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ตรงไหน
จุดเอาไว้.........
ลากเส้น เล่นต่อจุด.....
จุด จุด จุด
โปรดติดตามจุดต่อไป
ปล. ผึ้งจะกลับไปออสเตรเลีย พี่ทศจะไปญี่ปุ่น ตาบอยกะน้องตู้จะไปจีน
พี่อ้นที่ทำงานจะไปอเมกาที่เดียวกะไอ้ธารา ซึ่งไอ้ธาราจะมาสิงหาฯนี้
ไอ้เบิร์ดน่าจะกลับไป MITแล้วป่านนี้ ส่วนดาวที่อยู่บอสตันจะกลับมาธันวานี้
ไอ้เอกพึ่งเข่าหลุดกลับมาจากจีน ไอ้ชาลพึ่งกลับจากใต้หวัน
โลกแคบลง......เราอยู่ที่เดิม โอ้ ละหนอ......กบาล ถมอกบาล...อ่านว่า....กะ-บาน
คือ กะว่าจะบาน แต่ไม่บาน
แปลว่า ศรีษะ
ถมอ...อ่านว่า....ถะ-มอ
ไม่ได้อ่านว่า ถะหมอ
ไม่รู้แปลว่าอะไร....ชาวบ้านเค้าว่า หิน
กบาล ถมอ....จึงเป็นรีสอร์ทที่หัวหิน ราคาแพง
ที่เราไม่มีปัญญาเข้าพัก
แต่จัดวางสวยงาม แม้ทรงที่พักเหมือนเห็ด
และเจ้าหน้าที่จะแย้งว่า เป็นทรงหอยชนิดนึงตะหาก
ผมก็ยังมั่นใจว่าน่าจะชื่อรีสอร์ท หัวเห็ดมากกว่า
ถ้ามาริโออยู่แถวนี้.....คงชอบ
ไปหัวหินครั้งที่ 2 ภายในระยะห่างประมาณเดือนนึง
ไปงวดนี้ ไปพักที่ค่ายนเรศวร ของ ตชด
กราบขอบพระคุณทั่นพ่อ ที่จัดหาที่พักดีๆมาให้
ไปหัวหินคราวนี้ เพราะทนกลิ่น Jazz Festival เมื่อ 2 ปีก่อนไม่ไหว
ปีที่แล้วไม่ได้ไป เพราะทำอะไรอยู่ซักอย่าง
แต่วันศุกร์ออกเดินทางช้า
กว่าจะถึงที่หมายก็ดึกจนขี้เกียจเข้าไปในงานซะแล้น
คืนวันแรกจึงจบลงอย่าง ไม่มีอะไรตื่นเต้น
เด๋วมาเพิ่มรายละเอียดคืนที่2 ต่อนะครับ......
กลับมาแล้น หลังจากโพสต์ทิ้งไว้หลายวัน....
แอบเอารูปมาลงแล้วนะครับ ผู้ใดสนใจก็กดไปดูกันได้ที่หน้า photos เหมือนเดิม
เยอะโคตร ประมาณ 110 รูป....คัดมาลง 80 รูป
วันที่ 2 หลังจากตื่นขึ้นมาจากบรรทม
ก็เดินย้อนรอยเส้นทางเดิม ในการกิน
เริ่มจาก ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสเด็ด ที่มีรูปทักษิณยืนยันความอร่อย
แต่คราวนี้อร่อยกว่าเดิม เพราะว่าคนกรุงมากมายหลังไหลมาอยู่ที่หัวหิน
และเกิดการคำนวณว่า 50%ของ "เชือกกล้วย" ในกรุงเทพนั้น มาอยู่ในหัวหินแล้ว
พี่ปองกะพี่จ้อนดูจะตื่นตากับบรรดาเชือกกล้วยทั้งหลาย
โดยเฉพาะพี่ปอง ที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เหอๆๆ
เสร็จแล้ว เราก็ไปต่อที่ร้าน บ้านใกล้วังอย่างไม่ต้องสงสัย
ไอ้นนท์กับพี่จ้อน ก็ร่วมมือกันเสนอ "ที่เกิดเหตุ" ไปอย่างราบรื่น
เสียก็แต่ "เงินทอน" ของพี่จ้อนนั้น ถูกไอ้ยุตม์ผู้มีใจบริสุทธ์ ทำลายลง อย่างน่าเสียดาย
ยุตม์แก้ตัวด้วยเหตุผลที่ว่า เค้ายื่นเอามาให้ จะให้ทำไงวะ
อืมมม ถูกของมัน
ร้านนี้ สร้างความประทับใจให้ทั้งพี่ปอง และ พี่จ้อน กันไปตามระเบียบ
จากนั้นก็พาพี่จ้อน ตะลอนดูที่พักต่างๆ ที่ดูสวยงามและราคา(นึกว่า)ไม่แพง
ประกอบไปด้วย บ้านทะเลดาว สุภัทรา และ กบาลถมอ
บ้านทะเลดาวนี่จัดแบบ โล่งๆ สามารถเข้าถึงบริเวณส่วนกลางของรีสอร์ทได้อย่างง่ายดาย
ไม่เน้นความเป็นส่วนตัวมาก แต่จัดวางอย่างโล่งๆ
ในขณะที่ สุภัทราและ กบาลถมอ จะค่อนข้างดูอึดอัดเกินไป และ ราคาแพงจัด สำหรับผม
นำเสนอความเป็นส่วนตัวให้แขกแต่ละรายสูงมาก
กั้นเยอะ จนไม่สามารถเข้าถึงบริเวณส่วนกลางได้ง่ายๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ ตั้งหน้าตั้งตามาอยู่กันอย่างส่วนตัว เท่านั้น
ตกเย็นแล้ว
ไปนั่งกิน (กินอีกแล้ว แม่เอ๊ย) ชิวๆกันที่ร้าน let's sea กันอีกที
แต่คราวนี้ ไม่ชิวเอาเสียเลย
เพราะร้านจัดวางให้เหมาะ กับการเน้นการโอ้เอ้ แช่ๆ
แต่วิวและที่นั่งที่เหมาะแก่การ นั่งโอ้เอ้ เต็มหมด
เหลือแต่ที่นั่งที่ดูเอาจริงๆเอาจังกับการนั่งกิน
เสพอะไรให้เป็นไปตามอรรถรสของบรรยากาศไม่ได้เลย วัยรุ่น เซร็งงง
เข้างาน Jazz ด้วยรถพี่ปอง.....
เดินเข้างานมาจะมี heineken ขายอยู่ทุกๆระยะ
เป็นเครื่องดื่มกระตุ้น อะดรีนาลีนดีแท้
ตัวงานมีคนเรือนหมื่น เบียดเสียดแออัด ยัดกันอยู่ตามทางเดิน
"ไม่ชิวเหลยหว่ะ (-_-)'" ลอยขึ้นมาในหัว
ดนตรีทางเวทีของ Sofitel ค่อนข้างโอเค
แต่เวทีของ Hilton อยู่ไกลและหาดแคบกว่าฝั่ง Sofitel
ดนตรีชิว.....บรรยากาศไม่ชิว
แม่งงงง.......มันก็ไม่ชิวจริงๆ อ่ะ
นั่งดูดนตรีอยู่นานมาก....ไม่ได้ใส่ใจสิ่งรอบข้าง
นั่งดู นั่งดื่ม นั่งกิน
JRP หรือ JRB and the little big band วงนี้เค้าว่าเล่นอยู่แถว เสาวรีย์
นักร้องหน้าตาตี๋หมี่เกี๊ยว แต่มีเสียง soul แบบคนดำ
อารมณ์เหมือนJoss Stone ที่เป็นคนไทยและเป็นเพศชาย
(รึป่าวหว่า เค้าดูแอบสาวแตกหน่อยๆ เหอๆๆ)
ไฮเนเก้ง ครึ่งลิตรกว่า หน้าเริ่มแดง
ปลาหมึกไอ้ยุตม์ อร่อยโคตร มันเดินไปซื้อร้านไหนมาเนี่ย
ไอ้ยุตม์ ชิวอยู่กะตัวเอง
นอนยาวบนหาดไปซะแล้วเพื่อน
พี่จ้อนลุกไปไหนวะ.........
โอ๊ะ ผู้หญิงคนหนึ่ง น่ารักจัดๆทาง 3 นาฬิกา
หน้าดุๆหน่อยแต่น่ารักฉิบ
พี่ทศเดินมาหาพอดี ชี้เบาะแสให้พี่ทศดู
"พี่ทศพี่ คนนั้นโคตรน่ารักเลย"
"ไหนวะไอ้นนท์"
"นั่นไง 3 นาฬิกา ผมยาวๆ"
"อ๋ออ คนนั้นเหรอ"
........
.......
แล้วลุกไปเลย !!!??!!
ทำไมพี่ทศหน้าด้านงี้วะ อยู่ดีๆก็ลุกไปหาเค้าเฉยเลย (-___-)'
อ้าว รู้จักก็ไม่บอก หุหุ
มาทราบชื่อภายหลัง
.........ทราบด้วยว่า.........มีคนแอบชอบอยู่หลายทีเดียว
ไอ้โฮ๊ปเพื่อนซี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยแอบชอบคนนี้อยู่เหมือนกัน
โอ้.....แม่เจ้า
ช่างเป็นสาวฮอตอะไรขนาดนี้
ไม่แปลกหรอก....น่ารักออกปานนี้...หนุ่มๆคงตอมหึ่งเป็นปกติ
แล้วพี่ทศเจือกไปบอกเค้าอีกว่าเราบอกว่าเค้าน่ารัก....แม่งงงง
จาไปบอกเค้าทามม๊าาาายย
ออกจากงานมาแบบ ขุ่นๆ ตึงๆ
ดนตรีดีแต่บรรยากาศแออัด....ไม่มันส์เลยหว่ะ
สนามเสือป่า เพลินกว่าเยอะ
แถมยังต้องมารอพี่โบ๊ท เดินไปเดินมาอีก บ้าป่าววะ
โทรนัดทีเดียวไปเลยก็ไม่ได้
แม่งงงงง มาเดินไปเดินมา
เหนื่อยหน่าเว่ย ลุง
ซื้อขนมพอเป็นพิธี เพราะตกดึกจะสำมะเลเทเมากันต่อ
รู้สึกเที่ยวกันเอง เมาๆกันเอง สนุกกว่าอีก
ไหงเป็นงี้ว๊า........
เมาหลับพับ อยู่นอกห้องตอนตีอะไรไม่รู้ ร้อนฉิบ
ในห้องแอร์เย็นๆดันไม่เข้าไปนอน ฮ่าๆๆๆ
เด๋วจะมาต่อของวันที่ 3 ฮะ
วันที่ 3.....มาแว้วว.....ดองไว้14 วันพอดี เหอๆๆๆ
วันที่3 ตื่นเช้ามาพบศพตัวเองอยู่นอกห้อง......ร้อนน
นึกในหัว.....ไมกรูมานอนตรงนี้หว่า
เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?? ชายแปลกหน้าอีก5 ตัว ไม่ได้ขืนใจเราใช่มั๊ยวะ
ตื่นมาเดินริมหาดชิวๆๆ รอศพพี่ทศคืนชีพ
เมื่อคืนชีพครบแล้วก็ออกเดินทางหา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดอร่อยๆมากินกัน
กินได้แค่คนละชามเพราะจะไปซัดส้มตำต่อ
เหตุการณ์ท่อนนี้ จะตัดแปะมาจากเว็บพี่โบ๊ท
"เสร็จแล้วไม่หนำใจ อยากลองชิมอาหารอีสานรสแซ่บ ตามคำแนะนำของเพื่อนนักบินของไอ้ทศ ขับไปจนเจอร้านตรงข้ามค่ายนเรศวร เห็นร้าน อีสานรสแซบ (ฤอะไรเทือกๆ นี้ ขออภัยหากจำชื่อร้านผิด) เห็นถจอดเยอะก็คิดกัน เอาวะ ใช่แน่...
สั่งกินกันไม่ยั้ง เออ อร่อยจริงๆ เว่ย แหม่ เพื่อนไอ้ทศแนะนำได้ดีจริงๆ
ตอนหลัง มาเจออีกร้าน เลยไปนิดเดียว ชื่อร้าน แซบอีหลี (อีกครั้ง หากจำชื่อผิด ขออภัย) รถเยอะกว่าร้านที่กินอีก ชื่อก็คล้ายกับที่ได้ยินจากเพื่อนนักบินของไอ้ทศมากว่าไอ้ร้านที่กินไป
ฮากันขี้แตกขี้แตน คิดเหมือนๆ กันว่า รถก็เยอะกว่า แม่งคงอร่อยกว่า ...รอก่อนเถอะมึง คราวหน้าโดนแน่" จากนั้นก็ไม่ลืมแวะโดน....บ้านใกล้วังอีกแล้น
ตามคำเรียกร้องอขงพี่โบ๊ท รึป่าววะ....เพราะเป้นคนเดียวที่ยังไม่เคยมาโดน
พี่โบ๊ทโดนเค้ก
น้องเบอร์ร้านโดน "แฝด" ของพี่จ้อนเข้าไปมุกนึง
น้องหาาาาาายยย ไปเลย
ออกจากร้านก็ไปเตร็ดเตร่ริมหาด จนไอ้นนท์กะไอ้ยุตม์
ต้องกระทำการชิ่งกลับสู่ มหานคร
เข้าเขตขอบขัณฑสีมา ต่อไป..... (สะกดผิดแน่ๆ)
จบทริปนี้ไปอีกหนึ่ง เหอๆๆๆ Being AM trainee.......เหนื่อยมั่ก..........trainee ฝึกหัด
เรื่องงานเดี๋ยวไว้ระบาย
เอาเรื่องไร้สาระก่อน
ศุกร์หน้านะฮะพี่น้อง ผมว่าจะไปเยือนหัวหินอีกซักรอบ เหอๆๆ
Jazz festival, ภาวนาว่าปีนี้จะยังไม่เก็บตังค์เหมือนเดิม
เพราะดันมีข่าวลือว่าบัตรหลายพันทีเดียว หึหึ
วันนี้อารมณ์ อินเตอร์กินกบาล
ต่อไปนี้ขอเสนอ ความตื่นเต้นจากการทำงานบริษัทน้ำมันหอย อิอิอิ
What up people!
It's been almost a month now
(almost coz my salary will b available for me on MONDAY
after the salary, then i'll consider as full month hahaha....
it's been an exhausted month for me here
never knew it would b this hard to b an account manager
Watch out for those who's been a big fan of mine
(well, i dont think there's any hahaha)
I've been to "Suzuki racing sport" the past Saturday
and i was photos taken by many magazine photographer
(not me alone ofcoz, i was tryin to stand nearest to the Suzuki pretty
yes, i dont believe that as well
so dont be surprised if u pass the bookstore
and see an ugly guys around the motor-sport corner
trying to look for his picture in the magazine
(ofcoz that they'd display more pics of celebrities in the event not me
anyway, think i'll be fine with this new position
if and only if i dont fuck up my life first.......
Wish me luck and i'll fight till my last breath........Ahhhhhhhggggggg
PS. Try the new heart-breakin song on my space "Love is a game by The magic Numbers" ตายห่าาาาาาา........ผมจะได้เป็น Manager!!!เริ่มงานใหม่มาวันนี้วันที่ 2 ละ
ตอนสมัครเค้าบอกเป็น sales trinee ที่บริษัทน้ำมันหอย
พอเข้าไป
ก็รู้สึกทำไมตำแหน่งที่เราจะเข้าไปทำมันดูอลังการจังวะ
พึ่งเฉลยวันนี้เอง
ตอนเหลือบไปเห็น ตำแหน่งของพี่ที่เค้ากำลังจะออกที่เราจะไปแทนเป็นภาษาไทย
"ผุ้จัดการเขต ฝ่ายอุตสาหกรรม...ฯลฯ......"
ถึงว่า ทำไมเค้าคัดแต่คนมีประสปการณ์ หึหึหึ
แล้วกูมาได้ไงวะ
ฮ่าๆๆๆๆ
ถ้าผ่านโปร
ผมจะได้เป็น Account manager เหรอเนี่ย
กริ๊ววววววว StoneHead ที่..Love* หมวยเห็ด - กรุณาดูภาพปลากรอบของ trip นี้ได้ที่หน้า photos *
อังคารที่ 25 เมษา 2549
กะลังล่กกะ case กฏหมายโคตรพ่อโหดของก้อย สุดที่รักของบีบี้หน้าเขียงสุดซี้
จนเวลา ทุ่มตรงโดยประมาณ ชายหนุ่มหน้าแปลกแต่ไม่แปลกหน้านาม หม่อมทศ
กระทำการโทรเข้ามาเชื้อเชิญให้ไปชิวกันที่หัวหินแบบการันตีที่พักเยี่ยงไฮโซ
ตัดสินใจนานมาก เกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากโทรถามก้อยว่างานส่งวันไหน
เมื่อคำตอบแล้ว ไม่ลังเล ยัดทุกอย่างเข้าเป้สีเขียวจนแม่งบวมเป็นอึ่ง
วิ่งข้ามฟากมาหาพี่ชายสุดที่เลิฟทันที
ออกจากหน้าบ้านประมาณ 2 ทุ่มเพื่อไปรับสหายยุตม์
ผู้เกือบเป็นคู่ตุหนาหงันพี่โทเซ่ ถ้าไม่ติดว่าเป็นตัวผู้เหมือนกัน
พี่ทศยืนยันว่าไม่มีปัญญาจะซื้อรถมินิให้
ในขณะที่ไอ้ยุตม์ก็ไม่ได้อยากได้เสี่ยอุปการะแต่อย่างใด
ออกจากบ้านไอ้ยุตม์ 3 ทุ่มครึ่ง
ระหว่างทางนั้นก็ขับกล่อมกันด้วยบทเพลงสุดฮิต
ไม่ว่าจะเป็น "ไม่ได้หนี" "หมาเห่า" ที่เอา soundtrack Chicken Little กะ My Hump
มาทำได้อย่างเนียน ขำสัดด่ะ
5 ทุ่มก่าๆก็มาถึง "บ้านสระสวย" ณ หัวหิน
ตั้งชื่อโคตรได้ใจ เพราะบ้านเค้าสระว่ายน้ำสวยสัด
เป็นสระยาวๆ อ้อมไปตลอดหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านสไตล์กึ่ง townhouse
ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ chino-portuguese สมัยยุค ร.5
ในขณะที่กำลังชื่นชมกับวิวและความงดงามนั้นก็ได้มาพบกับพี่ๆ เพื่อนหม่อมทศ
ประกอบไปด้วย
พี่น้ำ - นักบินTGสุดหล่อ ที่พี่ทศบอกว่ามีสาวๆ เยอะกว่าเสื้ออีกมั๊ง
พี่แด๊ก - จบนิติ ม.ช. แล้วมาต่อ นิติธรรมศาสตร์ เก่งกฏหมายมากพอๆกับ Ragnarok
พี่ป้อง - หลานเจ้าของบ้านที่เราไปพักอาศัย ฮา ไม่แพ้ไอ้นนท์และผองเพื่อน
แฟนพี่ป้อง - สวยสุดใน trip เพราะเป็นผู้หญิงคนเดียว เห็นพี่ป้องว่างั้น อิอิ
จากนั้นเดินออกมาหน้าบ้าน ไอ้นนท์กำลังชื่นชมความงามของบ้าน
จังหวะนั้นเองไอ้ยุตม์ที่ร้อนวิชาที่พึ่งไปอบรมมาเกี่ยวกับวิศวะ ก็ออกมาเล็คเชอร์
เรื่องการสร้างตึกแถวว่าจะมีไม่ถึง 10 ห้องเท่านั้นอันเนื่องมาจากกฏหมาย
บลา บลา บลา บลา
ช่างหัวแม่มึง....เงียบซะ ไปเซเว่นกันดีกว่า ไปซื้อเหล้ายาปลาปิ้งเล็กน้อย
ก่อนจะเข้าเซเว่นก็กระทำการสอยก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อไปคนละ 2 ชาม
เนื่องจากเป็นเด็กอดอยากอาหารเย็นกันทั้ง 3 คน
(หม่อมทศนับเป็นเด็ก เพราะเป็นเฒ่าทารก)
ซื้อขนมมาพอประมาณ แต่ไม่ลืม "ข้าวโพดอาหารปลา"ด้วย
ข้าวโพดกระสอบที่พวกเราติดใจนักหนาจากการรับน้อง IE ปีล่าสุด
หน้าตาไม่ต่างจากขนมตูมตามถ้าใครเคยกิน
แต่ตอนรับน้องแม่งมาเป็นกระสอบ แดกตอนเมาอร่อยที่สุดในโลกนะฮะ
กลับมาที่บ้าน เราก็มากระทำการเหล้ายาปลาปิ้งกันจนดึกดื่น
ผ่านการเสวนาเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึง mind mapping ที่ไอ้ยุตม์ติดใจนักหนา
ตกใจมากเพราะพูดถึงเพลงๆนึงแล้วเสือกบรรยายลักษณะของนางเอกMVในหัว
ออกมาเหมือนกันเด๊ะ....หลอน...งี้ต้องไปซื้อหวย
เมาหลับสนิท ศิษย์หามลงตอนเวลาประมาณตี 3
ในขณะที่ไอ้ยุตม์ตายไปแล้ว แต่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่เพื่อล้างหน้าก่อนนอน
ส่วนหม่อมทศลงไปลันล๊ากะเพื่อนๆ ก่อนจักลับมาเสียชีวิตข้างยุตม์เมียรักเกือบเช้า
พุธ 26
ตื่นมานอนต่อ โทรสับดัง รับแล้วนอนต่อ
ตื่นอีกที เกือบ 11 โมง เต็มอิ่มเว่อร์ๆ
ล้างหน้าล้างตาแปรงฟัน เตรียมตัวไปเสวยมื้อเชี่ยงกัน
พี่น้ำกัปตันบินไทย ขับhondastream พาไปร้านก๋วยเตี๋ยว
เฮียขับนิ่งมาก ประหนึ่งว่า stream เป็น 747
ผิดกะพี่ทศที่ขับรถเหมือนเล่นเกมตู้ ชนิดที่ชนแล้วหยอดเหรียญเล่นใหม่ไม่ได้
stream ทะยานไปอย่างนุ่มนวน สู่ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำแสนอร่อย
ที่ตั้งแม่งอยู่ลึกลับเล็กน้อย แต่กัปตันของเราก็เอาstream แลนดิ้งอย่างนุ่มนวล
ร้านอาหารทั่วไปแม้แต่ร้านก๋วยเตี๋ยว
มักมีป้ายหมึกแดง เชลล์ชวนชิม เปิบวิตถาร ฯลฯ เป็นตัวการันตี
แต่ร้านนี้ พี่น้ำบอกว่าให้ไปดูหลังร้าน
มีรูปเจ้าของร้านถ่ายคู่เฮียทักษิณ ยืนหน้ากลมอยู่ในกรอบรูปขนาดใหญ่
ไม่รู้ว่านี่เป็นเครื่องการันตีรสชาติรึป่าว
อาจเป็นไปได้ เพราะพี่แกกินโชว์ทุกเทศกาลเลยนี่หว่า
ผ่านการ ลวกก๋วยเตี๋ยว ตำส้มตำ ผัดข้าว หั่นหมู ต้มไข่ กินไก่มาร้อยเวที
ร้านนี้น่าจะอร่อย เล็กยำไม่งอก 2 และของทอด + หนังปลาทอดแบบอ้วน
แบบอ้วนจริงๆ ถ้าจะให้อธิบาย ผมว่าแม่งเหมือนเนือปลาติดหนังเล็กน้อย
ชุบแป้งโกกิทอดมากกว่าที่จะเป็นหนังกรอบๆแห้งๆ ที่เคยกิน
เอาหน่ะ อร่อยไปอีกแบบ
กลับจากร้านก๋วยเตี๋ยว
สามหนุ่ม กะ เฮียแด๊ก กระโดดสระสวยกัน
ว่ายน้ำได้ ชั่วโมงกว่าแบบไม่อายหุ่นแสนอุบาด อุจาดตาของตัวเองเท่าไหร่นัก
ขึ้นมาอาบน้ำผึ่งลมซักพัก
พักเดียวจริงๆ ขึ้นรถพากันไปร้าน "บ้านใกล้วัง"
ร้านเค้กที่พี่ทศยืนยันว่าอร่อยระดับแอนนาคาเฟ่ แต่ราคาย่อมกว่าหลายนัก
ขับไปถึงหน้าร้าน
เหมือนวัยรุ่นอกหัก
ร้านแม่งปิดทุกวันพุธ.....แห้ว แดก T___T
พี่ๆ เปลี่ยนอารมเร็วฉิบ
เลี้ยวรถออกมา แวะกินข้าวซอยเฉย !! มาหัวหินกินข้าวซอย อะไรกันนี่
ร้านข้าวซอยเล็กๆ ใกล้ๆวังไกลกังวล
ท่าทางน่ากินมาก ข้าวซอยเนื้อ 1 ของผมและส่วนกลางที่พี่ๆ สั่งมาประกอบไปด้วย
แคบหมู+พริกหนุ่ม ไส้อั่ว ไข่พะโล้ ลาบหมู
สั่งเยอะฉิบ นี่ขนาดข้าวซอยคนละ1แล้วนะ สงสัยจังอร่อยมากเหรอวะร้านนี้
เหลียวไปมองหลังร้าน หลังตู้ตัวนึงสูงระดับเปียโน1ตัว
นั่น หลักฐานความอร่อย เจอแล้ว
รูปถ่ายลูกเจ้าของร้าน 2 คนคู่กะทั่นทักษิณ!!!
ชัวร์ตีนเลย ร้านนี้อร่อยแน่ หลักฐานยืนยันมีเรียบร้อยแล้วตามระเบียบแบบใหม่
แม่เจ้า.....เด๋วนี้เค้าไม่ใช้หมึกดง หมึกแดงกันแล้วเว๊ย
ซัดไปจนอิ่ม ต้องไปเดินย่อย
แวะหาดกันหน่อย เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงหัวหินซะงั้น
มาตั้งนาน ตีนไม่โดนทราย ไม่เหยียบน้ำทะเลเลยเว๊ย เหอๆๆๆ
พยายามโดดให้ไอ้ยุตม์ถ่ายรูปกลางอากาศหลายที
ไปดูรูปแล้วจะรู้ว่า อึ่งไชโยเป็นยังไง 5555
พี่ๆ เริ่มเปรยๆกันว่าคนนู้นจะกลับ คนนี้จะกลับ
นั่งคุยกะไอ้ยุตม์ เฮ้ยย....กุไม่อยากกลับหว่ะ
เออ...กูก็เหมือนกัน ไอ้ยุตม์ตอบ
เอาวะ ถ้าพี่เค้าจะกลับแล้วจะหาที่นอนไม่ได้
กูยอมนอนในรถพี่ทศเอ้า ไหนๆก็โผล่มายังไม่เต้มอิ่ม
กลับมาที่บ้าน ใจก็ภาวนากะไอ้ยุตม์สองคน
สาธุ อย่าพึ่งกลับกันเลย เพี้ยงๆๆ
กลับมาถึงบ้าน.......นึกว่าพี่ๆจะทำอะไรต่อ
กิน!!! อีกแล้ว ทำหอยลายผัดพริกเผากันชิวๆ
อร่อยใช้ได้ เหอๆๆๆ อ้วนต่ายห่าแน่ๆกูเอ๊ย
แล้วฟ้าก็เป็นใจ อะไรซักอย่างทำให้พี่ป้องยังไม่กลับ
เฮ......ได้อยู่อีกคืนแล้วเว้ย กริ๊วววว
แต่พี่น้ำกะพี่แด๊กก็มีความจำเป็นต้องกลับก่อน ยินดีมากที่ได้รู้จักกันครับพี่
หม่อมทศ ชวนนนท์-ยุตม์ ไปเหยียบร้านที่พี่ทศมั่นใจว่าสวยสัดๆ ที่สุดร้านนึง
นามว่า "Let's Sea" เป็นร้านที่เสิร์ฟอาหารแบบ Fusion ควบคู่ไปกับวิวทะเล
ชนิดที่ชิวบาดใจมากๆ ร้านแต่งสวยสุดตีน โดยเฉพาะ ห้องน้ำแม่งสวยมากๆ
สวยจนอยากกลับมาทุบส้วมที่บ้านให้พัง.....ไอ้ยุตม์มันว่างั้น
โดยเฉพาะห้องอึ จะเปิดฝาผนังโล่งด้านนึงเข้าหาต้นไม้ ที่โผล่มาจากในน้ำ
สวยมากแต่ไม่ได้ถ่ายรูปห้องอึมา เพราะว่าไม่มีมุมที่ถ่ายออกมาสวยได้เลย
แนวคิดจะค่อนข้างแปลกๆ
เหมือนจะสร้างสำนึกให้ผู้ใช้ เริ่มถูกปลูกฝังให้ ฉี่ หรือ อึ ออกมาในวิวที่มีน้ำ
และมีต้นไม้งอกออกมา นัยว่าจะสอนให้ไปขี้ลงน้ำซะงั้น
กลับมานั่งในร้านกันต่อ ร้านตกแต่งด้วยอะไรง่ายๆ แต่ดูดี
ผนังเน้นเป็นปูนเปลือยๆ ฉาบเรียบๆ สลับกับหลังคาที่มี texture เป็นอะไรถักๆสานๆ
บวกกับ เฟอร์นิเจ้อที่เน้นไม้สีเข้ม รับกับขอบประตูที่เป็นไม้อย่างมี style
ไม่ใช่แค่การแต่งร้านเท่านั้นที่มี style
ราคาของรายการอาหารก็มี style.....เชี่ย แม่งแพงสัดด่ะ
สิ่งที่หม่อมทศ ไอ้ยุตม์ กะ ไอ้นนท์ เทลงท้องประกอบไปด้วย
เบียร์สด คนละหนึ่งแก้ว ปอเปี๊ยะปูหนึ่งจาน เฟ้นฟายหนึ่งที่ กาแฟเย็นไอ้ยุตม์อีกแก้ว
มีเค้กอีกชิ้นแบ่งกันกิน 3 คนเสิร์ฟพร้อมไอติมลูกนึง และน้ำเปล่า หนึ่งขวด
(ไอ้ปอเปี๊ยะปูนรกนี่จานนึงมีสี่ชิ้น พ่อมันตาย...มาสามคน แต่ให้มาสี่ชิ้น
ชิ้นสุดท้ายต้องรับปะแดกแบบร่วมสาบาน กัดกันคนละพัชราภา
เออ.....คนละอั้มนั่นแหละ ฮ่าๆๆ)
เช็คบิลล์เลย..................840 บาท
ปล้นกูเลยดีกว่า สงสัยคิดค่ารูปโถฉี่กะห้องขี้ ด้วยแน่ๆ
อาจจะแพงไปนิด แต่บรรยากาศร้านนี่สุดยอดดดดด มากกกกก
วิวสวยสุดๆ ขอแนะนำ สำหรับใครที่อยากพาคู่รักหรือกิ๊กใหม่ไฟแรงมาจู๋จี๋
พลอดรัก ป้อนอาหารกันแบบกุ๊บกิ๊บบุ๋มบิ๋ม work โคด... Let's sea
ส่วน topic ที่นั่งเสวนากันนั้นเกี่ยวกะอะไรบ้างนี่
ให้ไปถามไอ้ยุตม์ดูนะครับ ใบ้ให้ว่าเกี่ยวกะเลข 3 ฮ่าๆๆๆๆๆ
ร้านจะปิดละ อพยพได้ เอ้า move ตูดได้แล้นนัก'ษา
แวะตลาดหัวหิน แต่มาช้าไป ร้านปิดจะหมดแล้น
ไอ้นนท์ไปยืนร้าน cd เถื่อน โดนมา 6 แผ่น หมดตูดสัดด่ะ
ได้ Jack johnson มาหนึ่ง
พวก bossanova samba brazil acoustic อีก 4
ตบท้ายด้วย Jazz up the beatles
เบื่อเพลงตลาดเล็กน้อย ต้องหาแปลกๆมาโดน
ระหว่างซื้อ มีฝรั่งกลุ่มนึงมายืนๆแถวนั้น
มีหมวยคนนึงชื่อคล้ายๆ อีไลซ่า อะไรเนี่ยแหล่ะ
สวยจัดๆ จัดมากๆ จัดว่าไม่ใช่คน
เข้าใจว่าเป้นลูกครึ่ง
ครึ่งคนครึ่งนางฟ้า แน่ๆ
ตอนแรกนึกว่าร้าน cd มี pretty ด้วย
นึกว่าถลำเกินวงการรถยนต์มาถึงบันเทิง
หันไปอีกทีอ้าว มากะเพื่อน เดินไปซะละ
หน้าตาออกเอเซีย ช่างโดนใจยิ่ง
เดินออกมากดเงินปากซอยกะไอ้ยุตม์และพี่ทศ
กลุ่มฝรั่งนั้นมารอรถอยู่ปากซอย
ไอ้นนท์กดเงิน แต่พี่ทศน้ำลายไหล......เพราะเหตุใด ฮ่าๆๆ
ขับออกมาจากบริเวณนั้นด้วยอารมณ์ อาลัยอาวรณ์นัก
เอาอีก ไปเซเว่นอีก เตรียมสำมะเลเทเมาอีก เหอๆๆ
Singha Light สิงฮ่ะไล๊ท์ เป็นอีกหนึ่ง ไฮไลท์ของทริปนี้
ผลิตภัณฑ์ใหม่จากตระกูลภิรมย์ภักดี ที่นุ่มมมม เหลือเชื่อกว่าข้าวหงษ์ทอง
แต่คนไม่ชอบก็จะด่าว่า จืดไม่แพ้น้ำเปล่า ก็แม่งแค่ 3.5% เองนี่หว่า
เอ้า สำมะเลาเทเม กันต่อไป
ว่าด้วยเรื่องต่างๆที่ค้างคามาจากร้าน Let's sea ที่คุยกันไว้
พี่ป้องมาร่วมเสวนาด้วยเรื่องฮาๆ หลายๆเรื่อง
โคตรขำ ยิ่งตอนเมา มันจะขำอีกหลายเท่านัก
สามหน่อพยุงร่างไร้สติขึ้นมานอนคุยเรื่อยเปื่อยบนเตียง
หันมาอีกที พี่ทศกะไอ้ยุตม์แม่งหลับซะแล้ว
เชี่ย......ทิ้งให้กูรอคำตอบอยู่คนเดียวตั้งนาน
พฤหัสสระบ่ดี 27
เสด็จจากบรรทมตอน 10.30 ก่าๆ พร้อมกันทั้งสามคน
พี่ทศลงไปเก็บของล้างแก้วล้างจาน
ไอ้ยุตม์โทรสับดัง...........ระหว่างที่มันรับสายนั่นเอง
มันก็ดันมือซนไปเปิดเก๊ะโต๊ะหัวเตียงซะงั้น
ในนั้นดันมือหนังสือแนวปลุกใจเสือป่าอยู่หนึ่งเล่ม
ไอ้ยุตม์สะเด็ด ถอดเสื้ออยู่เพราะแม่งจะอาบน้ำ คอหนีบโทรสับ มือกางหนังสือ
ผมเลยถ่ายแม่งมา 3 รูป.....ดูแล้วแม่งหื่นเฮ้ๆ โคตรขำ
(ตอนหลังแม่งมาแอบลบออกจากมือถือ เคืองสัดด่ะ)
เก็บข้าวของ อาบน้ำเรียบร้อย
ตั้งมั่นว่าจะไปจีบ "บ้านใกล้วัง" อีกระลอก
ขับออกจากที่พักไปแวะซัดก๋วยเตี๋ยวก่อน ฝั่งตรงข้ามร้านที่ว่า
ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน คนรักก๋วยเตี๋ยว....ซัดไปคนละ 2 กะห่อหมกอีกเล็กน้อย
รู้สึกก๋วยเตี๋ยวจะแพงใช้ได้.....แต่รสชาติก็โอเค
ไปที่ไฮไลท์เลยดีกว่า
บ้านใกล้วัง เป็นร้านขายพวกเค้ก อาหารเบาๆ และเครื่องดื่มเล็กๆน้อยๆ
ร้านนี้หม่อมทศการันตีว่า ศ ส อา นี่จะมีสาวเมืองกรุง หน้าตาดีๆ
ไม่ก็เป็น คนมีชื่อเสียงมานั่งกินอย่างหนาตาพอตัว
ไอ้นนท์สั่งเค้กมะพร้าวมาโดน แต่หารู้ไม่
ทีเด็ดอยู่ที่ขนมชื่อ center pudding อะไรนี่แหล่ะ
เป็นคล้ายๆ เค้ก chocolate ที่มี pudding chocolateเป็นไส้ข้างในอีกที
โคตรอร่อย ละลายในปากและหมดจากในจานเพราะแร้งลงในเวลาไม่เกิน 1 นาที
สภาพศพ pudding 2 จานหายไปอย่างไร้ร่องรอยชนิดที่ CSI หาผู้ร้ายไม่เจอ
ระหว่างนั้นไม่วาย ไอ้ยุตม์ต้องคอยเตือนพี่ทศให้แวะซื้อลูกตาลระหว่างทาง
อันเนื่องมาจาก Bukit แฟนสาวของชยุตม์ ที่พี่ทศหมายปองพี่สาวนั้น
สั่งตั้งแต่เมื่อวานว่าให้ซื้อลูกตาลไปฝากด้วย
ก่อนเจอร้านขายลูกตาล ทะลึ่งไปแวะ outlet ซะก่อน
ยาวเลย......ไอ้นนท์โดนปูม่า มา1คู่ เพราะ แจ๊คเพอเซล นี่ใส่มาเกิน 5 ปีแล้ว
เริ่มหมดอายุขัย ขณะที่ไอ้ยุตม์อุตเหล็ด นี่ได้ร้องเท้าแตะหนัง
แบบดูดีมีชาติตระกูลมาคู่นึงเช่นกัน
แวะห้องน้ำที่ outlet
เอาอีกแล้ว ..... วิวโถฉี่แม่งเป็นต้นไม้งอกออกมาจากน้ำอีกแล้ว
แถวนี้เค้านิยมฉี่ลงน้ำกันหรอวะเนี่ย
ที่ฮากว่า คือ เดินมาล้างมือ ตรงก๊อกแปะสติกเก้อชัดเจน
"กด" แต่สิ่งที่ไอ้ยงยุด ทำคือ "บิด" ฉับพลันที่บิด สปริงหัวก๊อกก็ดันหัวออกมา
ห้อยดึ๋งๆ ออกมา ไอ้ยุตม์งงจัด ทำอะไรไม่ถูก
เลยเดินไป "บิด" อีกก๊อกนึงหน้าตาเฉย......
ถ่ายคลิปมาเป็นหลักฐาน เพราะไอ้ยุตม์ประสาทแดกไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันแน่ๆ
...... เชี่ยจริงๆ เพื่อนผม
จากนั้นก็แวะให้ยุตม์เต๊ด แวะซื้อลูกตาลตามใจหมาย
ที่แม่กิมลั้ง สักแห่งหนึ่ง ระบุไม่ได้เพราะว่า
แม่กิมลั้ง กิมไล้ กิมลุ้ย กิมจิ เหล่านี้ มีมากและคล้ายกันไปหมดทุกที่
บางที่ 4 ถาด 100 อีกที่ 6 แถม 1......หารไม่ทันเลยว่าสาขาไหนถูกกว่า
ซื้อแล้วก็มุ่งหน้าเข้ากรุง กลับบ้านเกิด
แวะส่งไอ้ยุตม์ที่บ้าน มันชงกาแฟให้กิน 2 แก้ว พึ่งรุ้ว่าไอ้ยุตม์
หน้าเหมือนพ่อมันมากๆ และแทบไม่เหมือนแม่มันเลย
เชื้อเค้าแรงจริง
ยุตม์ชงกาแฟให้ พี่ทศเลยมีของหมั้นไอ้ยุตม์เป็นแก้วกาแฟเล็กๆ
โอ้.....สวีทซะปานเสี่ยอู๊ดอูฐตัดกะฟิมรัฐบาน
จบข่าวสำหรับเที่ยวครั้งนี้ พิมมานานโคตร เมื่อยมือมั่กๆ ไปนอนละคราบ
ปล. ถ่ายรูปนี้มา ชอบมาก ขอตั้งชื่อรูปว่า "คู่กัน" |
|
|||||||||||||||||||||
|
|